ที่ประชุมศบค.มีมติเห็นชอบให้ลดระยะเวลาเคอร์ฟิวในพื้นที่พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เป็น 22 นาฬิกา 4 นาฬิกา

Notice: Undefined variable: device in /var/www/curadio.chula.ac.th/Breaking-News-Detail.php on line 124

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ศบค. กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 10,288 คน โดยแบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 10,149 คน มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,180 คน และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 969 คน ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 12 คน และการตรวจคัดกรองเชิงรุกจากเรือนจำ 127 คน ส่งผลให้ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 1,571,926 คน มีผู้หายป่วยเพิ่มขึ้น 12,494 คน รวมทั้งหมด 1,435,401 คน ผู้ป่วยรักษาอยู่ในระบบการรักษาพยาบาล 120,156 คน แบ่งเป็นในโรงพยาบาล 33,759 คน และโรงพยาบาลสนาม 86397 คน มีอาการหนักอยู่ที่ 3,341 คน ใช้เครื่องช่วยหายใจ 728 คน โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 101 ราย ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตสะสม 16,369 ราย

สำหรับผลการประชุมศบค.ชุดใหญ่ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน เห็นชอบข้อเสนอการปรับมาตรการสำหรับกิจกรรมและกิจการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่สามารถเปิดให้บริการได้ ภายใต้มาตรการ COVID Free Setting ประกอบด้วย 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน 2.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดเอกชนและบ้านหนังสือ 3.พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์สถานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันแหล่งประวัติศาสตร์ หรือโบราณสถาณ 4.ศูนย์การเรียนรู้ หรือศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมหรือหอศิลป์ เปิดได้จำกัดจำนวน 5.ร้านทำเล็บ 6.ร้านสัก 7.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (นวด สปา) 8.ธุรกิจโรงภาพยนตร์หรือฉายภาพยนตร์ 9.การเล่นดนตรีในร้านอาหารเปิดดำเนินการได้ จำกัดจำนวนนักดนตรีไม่เกิน 3 คน นักดนตรีสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา นักร้องถอดหน้ากากอนามัย เฉพาะเวลาร้องเพลง หรือแสดง ห้ามสัมผัสคลุกคลีกันระหว่างนักร้อง นักดนตรีและลูกค้า 10.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ ยังไม่เปิดดำเนินการ ให้มีการติดตามสถานการณ์ 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้มีการเดินทางเข้าร่วมอบรมสัมมนาจากหลายพื้นที่และมีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก

ส่วนข้อเสนอการปรับเงื่อนไขมาตรการ สำหรับกิจการและกิจกรรมในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ประกอบด้วย 1. การห้ามออกนอกเคหสถาน มาตรการเดิมเวลา 21 นาฬิกา- 4 นาฬิกา ปรับลดเป็นเวลา 22 นาฬิกา 4 นาฬิกาอย่างน้อย 15 วัน 2.ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เปิดบริการได้ถึงเวลา 21 นาฬิกา.โดยให้เปิดสถาบันกวดวิชาได้ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร รวมถึงให้เปิดโรงภาพยนตร์ สปา ห้องออกกำลังกาย ฟิตเนส สระว่ายน้ำได้ ตามแนวทางที่กำหนด แต่ยังไม่เปิดดำเนินการตู้เกมเครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก สวนน้ำ ห้องประชุมและห้องจัดเลี้ยง 3.ร้านสะดวกซื้อตลาดสดหรือตลาดนัด (เฉพาะจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค) เปิดดำเนินการได้ถึงเวลา 21 นาฬิกา และ 4. ประเภทกีฬากลางแจ้ง หรือในร่มที่เป็นที่โล่งอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีระบบปรับอากาศหรือประเภทกีฬาในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ เปิดดำเนินการได้ทุกประเภทกีฬาไม่เกินเวลา 21 นาฬิกา โดยกีฬากลางแจ้งสามารถให้มีผู้ชมไม่เกินร้อยละ25 โดยทุกกิจกรรมและกิจการให้เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

โฆษก ศบค. กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมศบค.ยังมีมติ ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรครั้งที่ 14 วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม เพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ร่างพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ.2558

ข่าวต้นชั่วโมงล่าสุด
สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz.
อาคารวิทยพัฒนา ชั้น 7 จุฬาฯ ซอย 12 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact Center0-2218-3970-74
E-mail Addresscuradio@chula.ac.th
Line Messenger@curadio
ติดตาม Chula Radio Plus ได้ทุกช่องทาง
รับฟังรายการสดได้ทาง