สรุปข่าววันจันทร์ 27 กันยายน พุทธศักราช 2564

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน เห็นชอบข้อเสนอการปรับมาตรการสำหรับกิจกรรมและกิจการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่สามารถเปิดให้บริการได้ ภายใต้มาตรการ COVID Free Setting ประกอบด้วย 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน 2.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดเอกชนและบ้านหนังสือ 3.พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์สถานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันแหล่งประวัติศาสตร์ หรือโบราณสถาณ 4.ศูนย์การเรียนรู้ หรือศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมหรือหอศิลป์ เปิดได้จำกัดจำนวน 5.ร้านทำเล็บ 6.ร้านสัก 7.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (นวด สปา) 8.ธุรกิจโรงภาพยนตร์หรือฉายภาพยนตร์ 9.การเล่นดนตรีในร้านอาหารเปิดดำเนินการได้ จำกัดจำนวนนักดนตรีไม่เกิน 3 คน นักดนตรีสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา นักร้องถอดหน้ากากอนามัย เฉพาะเวลาร้องเพลง หรือแสดง ห้ามสัมผัสคลุกคลีกันระหว่างนักร้อง นักดนตรีและลูกค้า 10.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ ยังไม่เปิดดำเนินการ ให้มีการติดตามสถานการณ์ 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้มีการเดินทางเข้าร่วมอบรมสัมมนาจากหลายพื้นที่และมีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ ปรับเงื่อนไขสำหรับกิจการและกิจกรรมในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ประกอบด้วย 1. การห้ามออกนอกเคหสถาน มาตรการเดิมเวลา 21 นาฬิกา- 4 นาฬิกา ปรับลดเป็นเวลา 22 นาฬิกา 4 นาฬิกาอย่างน้อย 15 วัน 2.ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เปิดบริการได้ถึงเวลา 21 นาฬิกา.โดยให้เปิดสถาบันกวดวิชาได้ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร รวมถึงให้เปิดโรงภาพยนตร์ สปา ห้องออกกำลังกาย ฟิตเนส สระว่ายน้ำได้ ตามแนวทางที่กำหนด แต่ยังไม่เปิดดำเนินการตู้เกมเครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก สวนน้ำ ห้องประชุมและห้องจัดเลี้ยง 3.ร้านสะดวกซื้อตลาดสดหรือตลาดนัด (เฉพาะจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค) เปิดดำเนินการได้ถึงเวลา 21 นาฬิกา และ 4. ประเภทกีฬากลางแจ้ง หรือในร่มที่เป็นที่โล่งอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีระบบปรับอากาศหรือประเภทกีฬาในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ เปิดดำเนินการได้ทุกประเภทกีฬาไม่เกินเวลา 21 นาฬิกา โดยกีฬากลางแจ้งสามารถให้มีผู้ชมไม่เกินร้อยละ25 โดยทุกกิจกรรมและกิจการให้เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ขณะเดียวกันที่ประชุมศบค.ยังมีมติ ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรครั้งที่ 14 วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม เพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ร่างพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พุทธศักราช 2558 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคม ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี, เขาหลัก เกาะยาว จ.พังงา และเกาะพีพี เกาะไหง หาดไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก จ.กระบี่ และแนวทางเปิดพื้นที่เพิ่มเติม 10 จังหวัด เริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, จ.กระบี่, จ.พังงา (ทั้งจังหวัด), จ.ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน หนองแก), จ.เพชรบุรี (ชะอำ), จ.ชลบุรี (พัทยา บางละมุง จอมเทียน บางเสร่), จ.ระนอง (เกาะพยาม), จ.เชียงใหม่ (อ.เมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า), จ.เลย (เชียงคาน) และ จ.บุรีรัมย์ (เมือง)

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 10,288 คน โดยแบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 10,149 คน มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,180 คน และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 969 คน ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 12 คน และการตรวจคัดกรองเชิงรุกจากเรือนจำ 127 คน ส่งผลให้ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 1,571,926 คน มีผู้หายป่วยเพิ่มขึ้น 12,494 คน รวมทั้งหมด 1,435,401 คน ผู้ป่วยรักษาอยู่ในระบบการรักษาพยาบาล 120,156 คน แบ่งเป็นในโรงพยาบาล 33,759 คน และโรงพยาบาลสนาม 86397 คน มีอาการหนักอยู่ที่ 3,341 คน ใช้เครื่องช่วยหายใจ 728 คน โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 101 ราย ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตสะสม 16,369 ราย

เว็บไซต์ worldometers รายงานสถานการณ์โควิด-19 พบผู้ติดเชื้อทั่วโลก 232,576,681 คน เพิ่มขึ้น 322,716 คน เสียชีวิต 4,761,524 ราย เพิ่มขึ้น 4,894 ราย รักษาหาย 209,197,686 คน สำหรับประเทศที่พบผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 43,750,983 คน เพิ่มขึ้น 24,343 คน เสียชีวิต 706,317 ราย เพิ่มขึ้น 259 ราย 2. อินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 33,678,243 คน เพิ่มขึ้น 27,022 คน เสียชีวิต 447,225 ราย เพิ่มขึ้น 277 ราย 3. บราซิล มีผู้ติดเชื้อ 21,351,972 คน เพิ่มขึ้น 8,668 คน เสียชีวิต 594,484 ราย เพิ่มขึ้น 238 ราย 4. สหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 7,664,230 คน เพิ่มขึ้น 32,417 คน เสียชีวิต 136,168 ราย เพิ่มขึ้น 58 ราย 5. รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 7,420,913 คน เพิ่มขึ้น 22,498 คน เสียชีวิต 203,900 ราย เพิ่มขึ้น 805 ราย รักษาหาย 6,604,604 คน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด และได้เตรียมแผนป้องกันและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นกับจังหวัดอื่น ๆ ทางตอนล่างของประเทศ รวมถึงเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลไว้แล้วด้วยสำหรับผู้ประสบภัย สามารถแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชั่น "พ้นภัย" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดให้มีระบบการลงทะเบียนเกษตรกร ทั้งเพาะปลูก-ประมง-ปศุสัตว์ ซึ่งทำให้การช่วยเหลือของรัฐ ทั้งเรื่องการประกันภัย ประกันราคา เยียวยาภัยพิบัติ มีความสะดวก รวดเร็ว อีกด้วย

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่า อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา มีความมั่นคงแข็งแรง และไม่ได้แตกตามที่มีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์ แต่ด้วยปริมาณน้ำที่มาก จึงทำให้น้ำล้นสปิลเวย์ (Spillway) ประกอบกับบริเวณอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ที่ใช้ทำนบดินกั้นน้ำไว้ เมื่อมีปริมาณน้ำมากเกินกว่าที่อ่างเก็บน้ำจะรับไหว จึงส่งผลให้ทำนบดินไซด์ก่อสร้างชำรุด น้ำจึงไหลลงตรงที่ก่อสร้างทางประตูระบายน้ำ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำและพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ได้แก่ อำเภอโนนไทย และอำเภอโนนสูง เก็บทรัพย์สิน สิ่งของมีค่าต่าง ๆ ขนย้ายขึ้นที่สูง พร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำหลาก

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มช่วง 1-2 วันนี้ ต้องเฝ้าระวัง ใน 23 จังหวัด กระจายในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำมีแนวโน้มสูงขึ้นและเสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง บริเวณแม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร แม่น้ำน่าน จังหวัดพิจิตร แม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำชี จังหวัดชัยภูมิ แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี แม่น้ำพระปรง จังหวัดสระแก้ว แม่น้ำมูล จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดนครราชสีมา และแม่น้ำโขง จังหวัดเลย นอกจากนี้ เฝ้าระวังน้ำมากในเขื่อน 9 แห่ง บริเวณเขื่อนนฤบดินทรจินดา เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนแม่มอก เขื่อนลำตะคอง อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนลำนางรอง และเขื่อนมูลบน

พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านทาง เฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน โดยระบุว่า จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน มีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ทำให้เกิดฝนตกทั่วทั้งประเทศและตกหนักบางแห่ง ซึ่งรวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้วยและถึงแม้ว่าระดับน้ำยังไม่วิกฤต แต่ก็ยังคงเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมตามแนวฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงบางนา โดยควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำสำรอง เรือผลักดันน้ำ กระสอบทราย และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดพร้อมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นในทันที และยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเหนือและติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน และประสานความร่วมมือกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางในการป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำให้มีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด โดยได้อัพเดตสถานการณ์น้ำในแม่น้ำ ปริมาณฝน ซึ่งมีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ

ภาวการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันนี้ ดัชนีปิดที่ 1620.02 ลดลง 11.13 จุด มูลค่าการซื้อขายกว่า 135,801 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีเอ็มเอไอ ปิดที่ 546.09 จุด ลดลง 9.46 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4,922 ล้านบาท

ข่าวต้นชั่วโมงล่าสุด
สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz.
อาคารวิทยพัฒนา ชั้น 7 จุฬาฯ ซอย 12 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact Center0-2218-3970-74
E-mail Addresscuradio@chula.ac.th
Line Messenger@curadio
ติดตาม Chula Radio Plus ได้ทุกช่องทาง
รับฟังรายการสดได้ทาง