กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า วันนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุโซนร้อน “คมปาซุ” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2564
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

ขณะที่นายอภิรักษ์ ศรีกุลวงศ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เรื่อง แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังและติดตาม สถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เนื่องจากอิทธิพลพายุโซนร้อน “คมปาซุ” ส่งผลให้มีฝนตกในพื้นที่เหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ จะเพิ่มการระบายน้ำโดยทยอยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับจากอัตรา 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 13 ตุลาคม 2564 เวลา 12 นาฬิกาเป็นต้นไป จนถึงอัตรา 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อทรัพย์สินของประชาชนจากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2-เมตร ขอให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทราบ ขนย้ายทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง และติตตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป.

ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากการคาดการณ์ลักษณะของฝนที่ตก คาดว่า จะมีฝนตกในพื้นที่ต่อเนื่องไปในระยะยาว และจะทำให้ปริมาณน้ำในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งได้มีการย้ำเตือนไปยังนายอำเภอและส่วนราชการทุกพื้นที่ ให้เฝ้าระวังในเรื่องน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำลำเชียงไกรที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากมวลน้ำที่ท่วมเดิม ยังลดลงไม่หมด โดยมวลน้ำดังกล่าวไปอยู่ในอำเภอพิมาย และกำลังจะลงไปยังพื้นที่ อำเภอชุมพวง ซึ่งในพื้นที่ อำเภอพิมาย มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม กว่า 700 หลังคาเรือน ในขณะนี้ หากปริมาณฝนยังตกมาต่อเนื่อง ประชาชนทั้ง 700 หลังคาเรือน อาจจะต้องประสบกับน้ำท่วมอีกครั้ง

ข่าวต้นชั่วโมงล่าสุด
สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz.
อาคารวิทยพัฒนา ชั้น 7 จุฬาฯ ซอย 12 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact Center0-2218-3970-74
E-mail Addresscuradio@chula.ac.th
Line Messenger@curadio
ติดตาม Chula Radio Plus ได้ทุกช่องทาง
รับฟังรายการสดได้ทาง