สรุปข่าวประจำวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564

ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานว่า วันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 เพิ่มขึ้น 10,863 คน แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 10,792 คน มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 10,181 คน และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 611 คน ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 คน และการตรวจคัดกรองเชิงรุกจากเรือนจำ 64 คน ส่งผลให้ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 1,783,701 คน มีผู้หายป่วยเพิ่มขึ้น 10,383 คน รวมทั้งหมด 1,657,638 คน ผู้ป่วยรักษาอยู่ในระบบการรักษาพยาบาล 107,790 คน แบ่งเป็นในโรงพยาบาล 41,189 คน และโรงพยาบาลสนาม 66,601คน มีอาการหนักอยู่ที่ 2,820 คน ใช้เครื่องช่วยหายใจ 658 คน โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 68 ราย ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตสะสม 18,273 ราย ขณะที่ยอดการฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธุ์ ถึงวันที่ 16 ตุลาคม มีจำนวน 65,202,741 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 37,446,713 คน คิดเป็นร้อยละ 52 ของประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 25,825,201 คน คิดเป็นร้อยละ 35.9 ของประชากร และเข็มที่ 3 จำนวน 1,930,827 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.7 ของประชากร

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 23 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนกลับเข้าสู่ชีวิตตามปกติมากขึ้น แต่ย้ำว่าต้องเป็นการใช้ชีวิตปกติแบบนิวนอร์มอล คือเข้มมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา โดยคิดว่าผู้คนรอบข้างรวมถึงตนเองอาจเป็นผู้ติดเชื้อ จึงต้องใช้การป้องกันทุกวิถีทางเพื่อลดความเสี่ยงในการรับหรือแพร่เชื้อ ขณะที่สถานประกอบการต่างๆ ขอให้ใช้มาตรการ COVID Free Setting โดยมีการทำความสะอาด จัดระบบระบายอากาศ เว้นระยะห่าง พนักงานเข้ารับวัคซีนครบโดส และตรวจ ATK ทุก 7 วัน ส่วนผู้รับบริการมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนหรือผลตรวจ ATK ซึ่งจะเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกับโรคโควิด 19 อย่างปลอดภัย

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ภาคใต้ว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมมาแล้ว ประมาณ 200-400 คนต่อจังหวัด แต่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ก็ควบคุมด้วยการตรวจสอบด้วย Antigen Test Kit เมื่อพบว่าผลเป็นบวกก็กักตัวไว้ เมื่อเข้าสู่เดือนกันยายนที่มีการคลายล็อคทั่วประเทศ ภาคใต้ก็ได้รับผลไปด้วย ส่งผลต่อการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ลดลง มีการพบปะรวมตัวกันในสังคม ทำให้เป็นเหตุผลสำคัญต่อการระบาด จนเข้าสู่เดือนกันยายนที่มีการระบาดมากขึ้น เข้าสู่เดือนตุลาคมที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงมากอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งต้องใช้เวลา คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้ประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้า จากการฉีดวัคซีนที่มากขึ้น

นพ.ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 618 เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8 ราย ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อสะสม 23,602 คน รักษาหาย 16,504 คน เสียชีวิตรวม 154 ราย โดยพบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชติดเชื้อเพิ่มขึ้น 50 คน ซึ่งทางโรงพยาบาลกำลังพิจารณาตัดสินใจการปิดพื้นที่บางส่วน เพื่อป้องกันการติดเชื้อขั้นสูงสุด และขอความร่วมมือผู้ที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยงดเดินทางเข้าพื้นที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชโดยเด็ดขาด เพื่อเปิดพื้นที่ปฏิบัติการทางการแพทย์ให้มีความปลอดภัย

เว็บไซต์ worldometers รายงานสถานการณ์โควิด-19 พบผู้ติดเชื้อทั่วโลก 241,149,096 คน เพิ่มขึ้น 341,770 คน เสียชีวิต 4,909,609 ราย เพิ่มขึ้น 5,314 ราย รักษาหาย 218,393,988 คน สำหรับประเทศที่พบติดเชื้อสะสมสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 45,774,175 คน เพิ่มขึ้น 33,910 คน เสียชีวิต 744,385 ราย เพิ่มขึ้น 464 ราย 2. อินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 34,066,760 คน เพิ่มขึ้น 14,073 คน เสียชีวิต 452,156 ราย เพิ่มขึ้น 146 ราย 3. บราซิล มีผู้ติดเชื้อ 21,638,726 คน เพิ่มขึ้น 11,250 คน เสียชีวิต 603,199 ราย เพิ่มขึ้น 472 ราย 4. สหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 8,404,469 คน เพิ่มขึ้น 43,423 คน เสียชีวิต 138,527 ราย เพิ่มขึ้น 148 ราย 5. รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 7,958,384 คน เพิ่มขึ้น 33,208 คน เสียชีวิต 222,315 ราย เพิ่มขึ้น 1,002 ราย

นายวัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) กรมชลประทาน ในฐานะประธานศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า อิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักมาก 90 มิลลิเมตร บริเวณพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและในลำน้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นโดยลุ่มน้ำชี และน้ำมูล มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำชีเอ่อล้นตลิ่ง ได้แก่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด

โครงการชลประทานนครราชสีมา ออกประกาศด่วนที่สุดจากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนลำตะคอง ระดับน้ำในลำน้ำต่างๆสูงขึ้น ขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์น้ำ ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตพื้นที่ปกครองดังนี้ 1.อำเภอสีคิ้ว ได้แก่ ตำบลลาดบัวขาว ตำบลมิตรภาพ ตำบลสีคิ้ว 2.อำเภอสูงเนิน ได้แก่ ตำบลมะเกลือใหม่ ตำบลมะเกลือเก่า ตำบลโคราช ตำบลกุดจิก ตำบลนากลาง ตำบลกุดน้อย ตำบลเสมา ตำบลบุ้งขี้เหล็ก ตำบลโนนค่า ตำบลโค้งยาง 3.อำเภอขามทะเลสอ ได้แก่ ตำบลขามทะเลสอ ตำบลโป่งแดง 4.อำเภอเมืองนครราชสีมา ได้แก่ เทศบาลตำบลโคกกรวด ตำบลบ้านใหม่ เทศบาลนครนครราชสีมา เทศบาลตำบลหัวทะเล ตำบลมะเริง ตำบลพะเนา ตำบลสีมุม ตำบลพลกรัง ตำบลพุดซา ตำบลปรุใหญ่ ตำบลหนองกระทุ่ม ตำบลหมื่นไวย์ ตำบลจอหอ ตำบลตลาด ตำบลบ้านโพธิ์ 5.อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ได้แก่ ตำบลพระพุทธ ตำบลท่าช้าง ตำบลหนองงูเหลือม

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าสถานการณ์น้ำเหนือไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อเวลา 6 นาฬิกา ปริมาณน้ำของกรมชลประทาน ที่อำเภอบางไทร ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านกรุงเทพมหานครเฉลี่ย 2,724 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาดของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ระดับ 1 เมตร 83 เซนติเมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานคร อยู่ประมาณ 1 เมตร 17 เซนติเมตร จึงยังไม่ส่งผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 13 จังหวัด โดยจากอิทธิพลพายุ“คมปาซุ” ตั้งแต่วันที่ 15 – 17 ตุลาคม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก 5 จังหวัด 7 อำเภอ 22 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,698 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก ขณะที่อิทธิพลพายุ“ไลออนร็อก” ตั้งแต่วันที่ 8 – 14 ตุลาคม ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด 20 อำเภอ 90 ตำบล 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,931 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี และตราด ส่วนอิทธิพลพายุ “เตี้ยนหมู่” ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน – 7 ตุลาคม 2564 ทำให้เกิดอุทกภัย รวม 33 จังหวัด รวม 225 อำเภอ 1,201 ตำบล 8,218 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 333,367 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 9 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี

นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบน กล่าวว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนพฤษภาคม ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะตลาดหลักของภาคเหนือตอนบนมาจากนักท่องเที่ยวภายในประเทศที่มาจากภาคกลาง และเมื่อเกิดการระบาดอีกครั้ง โดยที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงมากในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมากกว่าเดิม จนเหลือประมาณร้อยละ 3 จากการจำกัดการเดินทาง และความกังวลของนักท่องเที่ยวด้วย ขณะเดียวกันจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและผ่อนคลายต่างๆในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ก็เริ่มทำให้มีจำนวนการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนมากจะเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์ แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เริ่มมีการเดินทางด้วยเครื่องบินมากขึ้นเช่นกัน

นายทิพากร จันทร์แถม นายกสมาคมมัคคุเทศก์ไทย กล่าวว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อการทำงานของกลุ่มมัคคุเทศก์ เพราะเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยการท่องเที่ยว แต่เมื่อไม่มีการเดินทางจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้มัคคุเทศก์ไม่มีรายได้ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศให้วันที่ 1พฤศจิกายนนี้เริ่มต้นการเดินทางท่องเที่ยว โดยไม่ต้องกักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างที่ได้รับการรับรองว่าปลอดเชื้อนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี และมัคคุเทศก์พร้อมปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด

ข่าวต้นชั่วโมงล่าสุด
สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz.
อาคารวิทยพัฒนา ชั้น 7 จุฬาฯ ซอย 12 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact Center0-2218-3970-74
E-mail Addresscuradio@chula.ac.th
Line Messenger@curadio
ติดตาม Chula Radio Plus ได้ทุกช่องทาง
รับฟังรายการสดได้ทาง