สรุปข่าวประจำวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 24 ผ่านระบบการประชุมทางไกล พร้อมผู้นำจากสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ส่งผลกระทบของต่อชีวิตวิถีเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่และร่วมกันรับมือกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องด้วยความจำเป็น พร้อมเสนอแนวทาง 4 ข้อ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประชาคมเอเชียตะวันออกที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เช่น การสานต่อให้กรอบอาเซียนบวกสามเป็นกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภูมิภาคในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ผ่านกลไกความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการรับมือกับประเด็นท้าทายในทุกมิติ พิจารณาจัดตั้งกลุ่มวิสัยทัศน์เอเชียตะวันออกรุ่นใหม่ ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศอาเซียนบวกสาม เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณาแนวทางในการก้าวสู่ Next Normal ร่วมกันต่อไป

แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 8,452 คน โดยแบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 8,285 คน มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 7,654 คน และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 631 คน ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 คน และการตรวจคัดกรองเชิงรุกจากเรือนจำ 160 คน ส่งผลให้ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 1,875,315 คน มีผู้หายป่วยเพิ่มขึ้น 8,449 คน รวมทั้งหมด 1,758,297 คน ผู้ป่วยรักษาอยู่ในระบบการรักษาพยาบาล 98,096 คน แบ่งเป็นในโรงพยาบาล 42,762 คน และโรงพยาบาลสนาม 55,334 คน มีอาการหนักอยู่ที่ 2,355 คน ใช้เครื่องช่วยหายใจ 534 คน โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 57 ราย ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตสะสม 18,922 ราย ส่วนสถานการณ์ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อลดลง แต่คลัสเตอร์ที่ยังพบมากคือ แคมป์คนงานก่อสร้าง และงานศพ ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่พบยอดผู้ติดเชื้อลดลง จากการร่วมแรงร่วมใจของคนในจังหวัด แต่ยังพบการติดเชื้อประปรายในแคมป์ก่อสร้าง ตลาด โรงงาน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวระหว่างการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุข ถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวใน 17 จังหวัดวันที่ 1 พฤศจิกายนว่า จากการสำรวจของอนามัยโพลพบว่าประชาชนมีความกังวลต่อการเปิดประเทศอยู่ที่ร้อยละ 92.4 โดยสิ่งที่ให้ความกังวลสูงสุดคือการระบาดระลอกใหม่ ร้อยละ 75.8 ประชาชนการ์ดตกไม่ป้องกันตนเองร้อยละ 49.7 สถานประกอบการไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ร้อยละ 45.1 ปัจจัยความเสี่ยงนั้นกรมอนามัยได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตั้งแต่ความเสี่ยงปานกลาง ความเสี่ยงสูง และกลุ่มเสี่ยงสูงมาก โดยมีเกณฑ์การแบ่งมาจากความหนาแน่นของการใช้บริการ การระบายอากาศ ลักษณะของกิจกรรม ระยะเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม ทำให้กระทรงสาธารณสุขใช้มาตรการ COVID Free Setting เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการป้องกันการแพร่ระบาดขึ้นมา ซึ่งจะมีการประเมินติดตามและเฝ้าระวังจาก 3 ส่วนคือ การประเมินด้วยตนเอง ประชาชนเป็นผู้ประเมิน และการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ซึ่งจะเกณฑ์การประเมินที่แตกต่างกันไป

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า คณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดได้มีมติปรับแผนการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากคลัสเตอร์ในตลาด ร้านสะดวกซื้อ แล้วกระจายสู่ครอบครัวและคนในชุมชน โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ก่อนพักคอยเป็นศูนย์กลางรับผู้ติดเชื้อที่มีผลเป็นบวก จากการตรวจ ATK ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งเป็นจุดตรวจกลาง เพื่อไม่ให้ผู้ติดเชื้อกลับไปแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัว โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีโรงเรียนในพื้นที่แจ้งความประสงค์ที่จะเปิดทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนในภาคเรียนที่ 2 ส่วนการระบาดในพื้นที่ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของจังหวัดนครศรีธรรมราชพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 632 คน ทำให้ยอดรวมสะสมอยู่ที่ 29,207 คน รักษาหายแล้ว 19,083 คน และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 10 ราย ทำให้ยอดสะสมของผู้เสียชีวิตรวม 184 ราย

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ กพฐ. กล่าวกับถึงแนวทางปฏิบัติในการเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ว่า จะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน และบุคลากรครูเป็นหลัก ซึ่งการเตรียมการก่อนเปิดเรียน โรงเรียนจะต้องประเมินพื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชน อำเภอเป็นฐานในการพิจารณา ครู และบุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับวัคซีนมากกว่าร้อยละ 85 รวมถึงนักเรียนและผู้ปกครองต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เมื่อสถานศึกษาประเมินครบแล้ว ให้นำผลการประเมินตนเองเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ และเสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อพิจารณาอนุมัติให้เปิดเรียน พร้อมย้ำว่า ถึงแม้โรงเรียนเปิดเรียน On Site แต่ผู้ปกครองและนักเรียนไม่ต้องการมาเรียนในโรงเรียน เนื่องจากยังกังวลถึงการระบาดของโรค โรงเรียนก็สามารถจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่นให้กับนักเรียนได้ เช่น เรียนออนไลน์

นายทินกร ชูวงศ์ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาลในวันที่ 1 พฤศจิกายน คาดว่า จากนโยบายดังกล่าวจะมีปริมาณเที่ยวบินที่ให้บริการเฉลี่ยวันละ 900-1,000 เที่ยวบิน หรือ มีปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนตุลาคม 2564 จาก 26,905 เที่ยวบิน เป็น 27,285 เที่ยวบิน หรือ ร้อยละ 1.4 ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น โดยเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างชะลอตัวในภาพรวมของปริมาณเที่ยวบินตลอดทั้งปี ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นของปริมาณเที่ยวบินมาตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากการที่รัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางในประเทศได้มากขึ้น จึงนับว่าเป็นแนวโน้มที่ดีของอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

เว็บไซต์ worldometers รายงานสถานการณ์โควิด-19 พบผู้ติดเชื้อทั่วโลก 245,252,583 คน เพิ่มขึ้น 420,116 คน เสียชีวิต 4,978,124 ราย เพิ่มขึ้น 7,408 ราย รักษาหาย 222,322,611คน สำหรับประเทศที่พบติดเชื้อสะสมสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 46,495,254 คน เพิ่มขึ้น 67,169 คน เสียชีวิต 759,905 ราย เพิ่มขึ้น 1,424 ราย 2. อินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 34,214,865 คน เพิ่มขึ้น 13,508 คน เสียชีวิต 455,684 ราย เพิ่มขึ้น 584 ราย 3. บราซิล มีผู้ติดเชื้อ 21,748,984 คน เพิ่มขึ้น13,424 คน เสียชีวิต 606,293 ราย เพิ่มขึ้น 409 ราย 4. สหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 8,853,227 คน เพิ่มขึ้น 40,954 คน เสียชีวิต 139,834 ราย เพิ่มขึ้น 263 ราย 5. รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 8,316,019 คน เพิ่มขึ้น 36,446 คน เสียชีวิต 232,775 ราย เพิ่มขึ้น 1,106 ราย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า มีสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวม 15 จังหวัด โดยอิทธิพลความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 24 – 27 ตุลาคม ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก 2 จังหวัด คือจังหวัดชุมพรและตรัง สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ส่วนร่องมรสุมตั้งแต่วันที่ 17-19 ตุลาคม ยังคงมีสถานการณ์ 5 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และนครปฐม รวม 24 อำเภอ 108 ตำบล 542 หมู่บ้าน 14,686 ครัวเรือน ส่วนอิทธิพลพายุคมปาซุเมื่อวันที่ 15 -17 ตุลาคม ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรีและปราจีนบุรี รวม 2 อำเภอ 7 ตำบล 27 หมู่บ้าน 95 ครัวเรือน ขณะที่อิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนถึงวันที่ 7 ตุลาคม ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี รวม 23 อำเภอ 214 ตำบล 1,048 หมู่บ้าน 67,290 ครัวเรือน สำหรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งจากฝนตกต่อเนื่องและการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำ ตั้งแต่วันที่ 20 - 27 ตุลาคม ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น หนองบัวลำภู รวม 3 อำเภอ 8 ตำบล 14 หมู่บ้าน 239 ครัวเรือน ทั้งนี้ ในภาพรวมสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในหลายพื้นที่ ระดับน้ำลดลง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 6 นาฬิกา ปริมาณน้ำของกรมชลประทานที่อำเภอบางไทร ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านกรุงเทพมหานคร เฉลี่ย 3,108 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาดของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ระดับ 1 เมตร 95 เซนติเมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครอยู่ 1 เมตร 5 เซนติเมตร จึงยังไม่ส่งผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยวันนี้ฐานน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะขึ้นสูงสุดเวลา 11 นาฬิกา 38 นาที ที่ระดับ 1 เมตร 7 เซนติเมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ 20 -40 เซนติเมตร จึงขอให้ชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา 11 ชุมชน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

นายนรเศรษฐ์ ฤกษ์สงเคราะห์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ กล่าวถึงบานประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด สลิงที่ใช้ยึดเปิดปิดประตูระบายน้ำ เกิดขาด และมีน้ำข้ามบานประตู ประมาณ 1 เมตรว่า ปริมาณน้ำผ่านที่คำนวณได้อยู่ที่ 16-20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเดิม แต่ที่เห็นน้ำไหลแรงขึ้นตามภาพที่ปรากฎ ในสื่อ เนื่องจากเป็นการไหลที่ผิวน้ำทำให้ดูเหมือนปริมาณมากกว่าเดิมที่ไหลลอดบาน การซ่อมแซม ซึ่งขณะนี้ได้ประสานงาน ส่วนช่างกล สำนักชลประทานที่ 12 เข้าตรวจสอบ เพื่อวางแผนลดแรงดันน้ำด้านท้ายที่กระทบบานให้ลดลง โดยคาดว่าจะวาง แผ่นเหล็กกันน้ำเพื่อลดแรงดันน้ำลงได้ พร้อมกันนี้ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนริมคลองเจ้าเจ็ดและฝั่งทิศใต้ของอำเภอผักไห่ รับสถานการณ์น้ำที่จะเพิ่มระดับขึ้นประมาณ 10-20 เซนติเมตร โดยได้ประสานการปฏิบัติเพื่อรองรับการระบายน้ำแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา ยังไม่คลี่คลาย หลังจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เร่งพร่องน้ำออก ส่งผลกระทบกับพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอพิมาย ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำในจังหวัด ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปริมาณน้ำจากลำเชียงไกรตอนล่าง อำเภอโนนไทย ได้ไหลลงลำสะแทด ในอำเภอพิมาย โดยปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมถนนทางหลวงชนบท สายพิมาย-โนนแดง บริเวณบ้านตลาดประดู่ ต.กระชอน ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ระยะทางยาว 2 กิโลเมตร และประมาณน้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ติดกับลำน้ำว่า 100 หลังคาเรือน

นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกระบุว่า หลังจากมีการจัดกิจกรรม “ทรัค พาวเวอร์” ครั้งที่หนึ่งแต่ภาครัฐไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการ จากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานหรือกบง. เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งยังคงระบุตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30บาทต่อลิตร ซึ่งในส่วนนี้ทางสหพันธ์ฯ ยังยืนยันในจุดยืนว่าการตรึงราคาน้ำมันดีเซล สูตร B7 ,B10 ไว้ที่ 25 บาทต่อลิตรนั้น สามารถทำได้จริง พร้อมยืนยันว่า ขอให้ภาครัฐลด ราคาน้ำมันดีเซล ตรึงไว้ที่ลิตรละ 25 บาท โดยการลดภาษีสรรพนามิต ลงลิตรละ 5 บาท ปรับลดภาษีเทศบาล ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน และกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ปรับการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากการคำนวณที่ราคาขายปลีกไปคำนวณที่หน้าโรงกลั่น และการยกเลิกเอาน้ำมันไบโอดีเซล B 100 มาเป็นสูตรผสมเนื่องจากขณะนี้มีราคาแพงกว่าน้ำมันดีเซลมาก และหากข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนองจะเดินหน้ากดดันต่อไป เช่น การหยุดและงดให้บริการด้านการขนส่งร้อยละ 20 ทุกพื้นที่ทั่วประเทศในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยจะมีการแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบอีกครั้ง

ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันนี้ ดัชนีปิด 1,627.61 จุด ลดลง 8.36 จุด มูลค่าการซื้อขายกว่า 69,387 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีเอ็มเอไอ ปิดที่ 561.55 จุด เพิ่มขึ้น 0.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8,205 ล้านบาท

ข่าวต้นชั่วโมงล่าสุด
สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz.
อาคารวิทยพัฒนา ชั้น 7 จุฬาฯ ซอย 12 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact Center0-2218-3970-74
E-mail Addresscuradio@chula.ac.th
Line Messenger@curadio
ติดตาม Chula Radio Plus ได้ทุกช่องทาง
รับฟังรายการสดได้ทาง