โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว จาก Feline Coronavirus (FCoV)
1,679 views
0
0

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว จาก Feline Coronavirus (FCoV) พอฟังชื่อโรคว่ามีสาเหตุมาจาก coronavirus หลายคนคงสงสัยว่าจะเป็นโคโรนาไวรัสที่เป็นสาเหตุของโควิด-19 หรือเปล่า

คนรักแมวส่วนใหญ่คงเคยได้ยินชื่อและรู้ถึงความรุนแรงของโรคนี้กันบ้าง เพราะมันสร้างความทรมานร่างกายให้แมวและทรมานใจให้เจ้าของเป็นอย่างมาก วันนี้มีข้อมูลจาก รศ.สพ.ญ.ดร.สุกัลยา ฤทธิกุลประเสริฐ ภาควิชาอายุรศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์โรคแมวเพื่อความเป็นเลิศ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากกัน

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Feline infectious peritonitis หรือ FIP)

เป็นโรคติดเชื้อในแมวที่จัดว่าอันตรายมาก แมวที่แสดงอาการทางคลินิกของโรคนี้อาจเสียชีวิตในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ได้เลย

สาเหตุมาจาก

โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Feline Coronavirus (FCoV) แม้จะเป็น Coronavirus แต่ FCoV ไม่ได้อยู่ในสกุล (genus) เดียวกับไวรัส SARS-CoV-2 ที่เป็นสาเหตุของโรค COVID-19 (ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นสาเหตุของโควิด-19 มาสู่คน)

การติดต่อของโรค

แมวที่ติดเชื้อ FCoV ไม่ได้น่ากลัวสำหรับคน เพราะ FCoV ติดต่อไปสู่ผู้เลี้ยงไม่ได้ แต่ FCoV สามารถติดต่อในกลุ่มแมว "อย่างง่ายดาย" ผ่านการ "กินหรือเลียไ เชื้อไวรัสที่อยู่ในอุจจาระที่ปนเปื้อนในอาหาร บนตัวแมว หรือสิ่งของรอบตัวแมว โดยเฉพาะตอนที่แมวเข้าไปใช้กระบะทราย จึงไม่น่าแปลกใจหากพบว่าลูกแมวที่ซื้อมาจากฟาร์ม หรือแมวที่เลี้ยงรวมกันหลายตัวในบ้านได้ติดเชื้อไวรัสไปแล้ว

แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะไม่ใช่ว่าแมวทุกตัวที่ติดเชื้อจะกลายเป็น FIP ตราบใดที่ FCoV ที่อยู่ในตัวแมวยังไม่กลายพันธุ์เป็นตัวใหม่ที่แข็งแกร่งและมีความสามารถก่อโรครุนแรงขึ้น (FIP-associated FCoV)

เชื้อ FCoV ที่กลายพันธุ์และรุนแรงกว่าเดิม หรือ FIP-associated FCoV สามารถติดต่อไปยังตัวอื่นได้อีกหรือไม่

เชื้อ FCoV ธรรมดาสามารถติดต่อแมวตัวอื่นได้ง่าย แต่ FIP หรือ FIP-associated FCoV นั้น ส่วนใหญ่จะไม่ปนเปื้อนออกมากับอุจจาระของแมวป่วย และไม่ทำให้แมวตัวอื่นติดเชื้อโดยการกินได้ หากมีแมวในบ้านเป็น FIP ก็ไม่ต้องกลัวว่าแมวตัวนี้จะแพร่โรคไปสู่ตัวอื่น

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวในบ้านติดเชื้อ FCoV ธรรมดา หรือกำลังมี FIP-associated FCoV หรือเป็น FIP แล้ว

เป็นคำถามที่ตอบยาก โดยส่วนใหญ่แมวอายุน้อยจะติดเชื้อ FCoV ได้ง่าย และมักไม่แสดงอาการป่วย หรือเห็นแค่อาการท้องเสียไม่รุนแรงและหายเอง

ในขณะที่แมวที่กำลังเป็น FIP มักจะมีอาการป่วยไม่จำเพาะ เช่น ซึม กินอาหารน้อยลง เบื่ออาหาร บางตัวอาจมีไข้กลับซ้ำขึ้นๆ ลงๆ ซึ่งกว่าจะสงสัย FIP อาจต้องรอจนแมวมีอาการผิดสังเกตชัดเจนคือ ท้องป่องหรือหายใจหอบถี่ เพราะมีของเหลวปริมาณมากสะสมในช่องท้องหรือช่องอก ซึ่งเป็นอาการของ Effusive form หรือมักเรียกกันว่า “แบบเปียก” ส่วนอาการ ม่านตาอักเสบเดินเซและขาอ่อนแรง หรืออาการทางระบบประสาทอื่นๆ ก็เป็นอาการของ Non-effusive form หรือ “แบบแห้ง” ซึ่งสามารถพบในแมวที่เป็น FIP ได้เช่นกัน

หากแมวมีอาการป่วยที่สงสัยว่าเป็น FIP ควรทำอย่างไร

เมื่อแมวมีอาการเข้าข่ายน่าสงสัย ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด โดยสัตวแพทย์จะประเมินความเสี่ยงของโรคจากอายุ การเลี้ยงดู สิ่งแวดล้อม ประวัติเจ็บป่วย ประวัติการรักษา ร่วมกับอาการทางคลินิก เพื่อจะได้ให้การรักษาแต่เนิ่นๆ

การตรวจวินิจฉัย

หากแมวอยู่ในกลุ่มเสี่ยง สัตวแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างเลือดและของเหลวในช่องอก/ช่องท้อง รวมถึงทำรังสีวินิจฉัย อัลตราซาวด์ เป็นเบื้องต้น หากพบความผิดปกติที่บ่งชี้โรค FIP ต้องส่งตัวอย่างของเหลว หรือเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพิ่มเติม เพื่อส่งตรวจแอนติเจนหรือสารพันธุกรรมของ FCoV ในห้องปฏิบัติการเพื่อเป็นการยืนยัน

วิธีการรักษา

ในปัจจุบันการรักษา FIP คือการรักษาตามอาการ อย่างไรก็ดี มีงานการวิจัยในต่างประเทศที่ได้ทดลองนำยาต้านไวรัสมาใช้ในแมวที่เป็น FIP พบว่าให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ เราจึงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่ายาต้านไวรัสดังกล่าวจะมีการขอขึ้นทะเบียนและได้รับอนุมัติเพื่อใช้รักษา FIP อย่างถูกต้องและเพียงพอเมื่อใด
_________________
รายการ pet care onair
ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร และ สพ.ญ.ดร.ฉัตรวลี บุญธรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย