"ฟาร์ม 0 บาท" ฟาร์มที่พิสูจน์แล้วว่าทำเกษตรในเมืองได้ ไม่ใช้สารเคมี ไม่พึ่งพาไฟฟ้า ฟาร์มต้นแบบเพื่อคนรุ่นใหม่ เรียนรู้จากความล้มเหลว ปรับแนวคิดเรื่องเกษตรให้เท่ ทันสมัย และสร้างรายได้
"ฟาร์ม 0 บาท" ฟาร์มที่พิสูจน์แล้วว่าทำเกษตรในเมืองได้ ไม่ใช้สารเคมี ไม่พึ่งพาไฟฟ้า ฟาร์มต้นแบบเพื่อคนรุ่นใหม่ เรียนรู้จากความล้มเหลว ปรับแนวคิดเรื่องเกษตรให้เท่ ทันสมัย และสร้างรายได้
สถานที่ตั้ง เรสคิวฟาร์มตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ใกล้บริเวณแฟชั่นไอส์แลนด์และถนนทหารเรือ
จุดเริ่มต้น เดิมผู้ก่อตั้งเคยทำเกษตรในต่างจังหวัด แต่พบว่าไม่คุ้มค่า เนื่องจากต้องเดินทางไกลกว่า 200 กิโลเมตรทุกสัปดาห์ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและค่าใช้จ่าย
แนวคิดเริ่มต้น ต้องการทำเกษตรในเมือง โดยเช่าพื้นที่เก้าไร่ตรงข้ามบ้าน เพื่อใช้เป็น “ห้องทดลองเกษตร” ทดลองแนวคิดและเทคนิคต่าง ๆ ด้วยตนเอง
เรสคิวฟาร์มดำเนินงานภายใต้เงื่อนไขจำกัด 6 ข้อ เพื่อพิสูจน์ว่าการทำเกษตรสามารถเกิดขึ้นได้แม้มีข้อจำกัดหลายด้าน
1. ที่ดินต่ำ ไม่ถม ไม่ท่วม ใช้พื้นที่เดิมโดยไม่ถมดิน อยู่มา 9 ปีโดยไม่เคยน้ำท่วม
2. ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ อยู่ห่างจากคลองน้ำเน่าราว 500 เมตร แต่สามารถบริหารจัดการน้ำจนไม่เคยขาดน้ำ
3. ไม่มีไฟฟ้า เนื่องจากเป็นที่เช่า จึงไม่ได้ขอเลขที่บ้านและไฟฟ้าใช้ แต่สามารถดำเนินงานได้
4. ดินไม่ดี เดิมเป็นหนองน้ำร้างกว่า 30 ปี ดินเหนียว แข็งเมื่อแห้งและแฉะเมื่อเปียก ต้องปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธีธรรมชาติ
5. ไม่ใช้สารเคมี งดการใช้ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้าโดยสิ้นเชิง
6. ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง เป็นที่เช่า เพื่อพิสูจน์ว่าการทำเกษตรไม่จำเป็นต้องมีที่ดินเป็นของตัวเอง
• ช่วงแรกของการทำเกษตรลงทุนไปหลายล้านบาทแต่ได้ผลตอบแทนเพียงหลักร้อย
• ปัญหาหลักคือขาดความรู้เรื่องโครงสร้างดิน ธาตุอาหาร และภูมิอากาศ
• ทดลองปลูกพืชตามกระแสนิยม เช่น โกโก้ ปาล์ม แต่ล้มเหลวเกือบทั้งหมด สูญเงินหลายแสนบาทต่อครั้ง
• จากบทเรียนดังกล่าวจึงปรับแนวทางเป็นฟาร์มต้นแบบทดลอง เพื่อแบ่งปันความรู้แก่ผู้อื่น
• มองว่าความรู้และประสบการณ์จากการลงทุนไม่ควรสูญเปล่า
• หากสามารถแบ่งปันให้คนอื่นนำไปต่อยอดได้ จะทำให้การลงทุนคุ้มค่ามากขึ้น
• ปรัชญาการทำงานคือ ทำผิดได้ แต่ต้องเรียนรู้ และแบ่งปันให้คนอื่นไม่ผิดซ้ำ
• มองว่าเกษตรในเมืองสามารถทำได้จริง หากเข้าใจเงื่อนไขและปรับให้เหมาะสม
• ศึกษาแนวทางจากต่างประเทศ เช่น อิสราเอลที่มีภูมิอากาศร้อนจัด หรือจีนที่มีอากาศหนาว แต่สามารถพัฒนาเกษตรได้
• ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีทรัพยากรพร้อม แต่กลับขาดการปรับตัวและการคิดเชิงระบบ
มองว่าเด็กยุคใหม่ไม่อยากทำเกษตรเพราะ 3 เหตุผลหลัก
1. อากาศร้อนเกินไป
2. งานเกษตรดูสกปรก ไม่เท่
3. ภาพลักษณ์เกษตรกรเท่ากับความยากจน
หากสามารถแก้สมการสามข้อนี้ได้ เด็กรุ่นใหม่จะหันกลับมาสนใจเกษตรมากขึ้น และต้องปรับภาพลักษณ์ให้เกษตรเป็นอาชีพที่ “เท่ ทันสมัย และสร้างรายได้”
• เน้นการลดต้นทุนการผลิตมากกว่าการเพิ่มผลผลิต
• ใช้แนวคิดฟาร์มต้นทุนศูนย์บาท คือไม่พึ่งพาพลังงานหรือเทคโนโลยีราคาแพง แต่ใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น
• ชี้ให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีโดยไม่คิดถึงต้นทุนพลังงานและค่าดำเนินการ อาจทำให้ฟาร์มขาดทุนในระยะยาว
• มองว่าการเกษตรควรผสมผสานเทคโนโลยีกับภูมิปัญญา เพื่อให้เกิดความสมดุล
• เกษตรกรยุคใหม่ต้องเริ่มจาก “การคิด” ก่อน “การลงมือ”
• ต้องเข้าใจปัญหาในระบบเกษตรแบบองค์รวม
• สร้างฟาร์มให้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงพื้นที่ผลิต
• ปรับภาพลักษณ์เกษตรให้เป็นอาชีพแห่งความภาคภูมิใจ และเป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่

รายการรอบตัวเรา วันอาทิตย์ 10.30 น. Chula Radio [26 ต.ค.68]
ผู้ดำเนินรายการ: รศ.ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิทยากร: วีระ สรแสดง (โบ้) เจ้าของ Res-Q Farm