วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่เป็นเรื่องของจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตและความสัมพันธ์ในครอบครัวที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ ร่วมเปิดมุมมองผ่านมิติของประชากรและความสัมพันธ์ อนาคตของครอบครัวไทยจะเป็นอย่างไร
• ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (ปี 2568) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรตามมา (นาที 1.35)
• มิติเรื่องครอบครัวของสังคมไทยที่เปลี่ยนไป (นาที 5.30)
• เมื่อผู้สูงวัยมากขึ้น แนวโน้มการดูแลในระดับภาครัฐและชุมชนจะเป็นอย่างไรต่อไป (นาที 13.15)
• โครงสร้างครอบครัวไทยที่เปลี่ยนไป (นาที 16.25)
________
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” (Super-Aged Society) แล้ว
• นิยาม “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” คือ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด
• ในทางประชากรศาสตร์ใช้คำว่า “สังคมสูงวัย” (Aging Society) ส่วนคำว่า “ผู้สูงอายุ” ใช้เรียกบุคคลอายุ 60 ปีขึ้นไป
• การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นแนวโน้มเดียวกับหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและยุโรป
1. อัตราการเกิดที่ลดลง ปัจจุบัน ผู้หญิงไทยหนึ่งคนมีบุตรเฉลี่ยเพียง 1 คน ต่ำกว่าระดับการทดแทนประชากรที่ 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน ส่งผลให้จำนวนประชากรโดยรวมลดลง
2. อายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้น คนไทยมีอายุยืนขึ้น ทำให้สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในโครงสร้างประชากร
ทั้งสองปัจจัยนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนในวงกว้าง
1. ครอบครัวเดี่ยวลดลง ครอบครัวแบบพ่อแม่ลูกมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการมีบุตร
2. ครอบครัวไม่มีบุตรเพิ่มขึ้น พบลักษณะ Single Income No Kids หรือ Double Income No Kids คือมีรายได้แต่ไม่ต้องการมีลูก
3. ครอบครัวข้ามรุ่น พบมากในชนบท พ่อแม่ออกไปทำงานในเมือง ปล่อยให้ลูกอยู่กับปู่ย่าตายาย
แนวโน้มเหล่านี้ส่งผลให้รูปแบบการอยู่ร่วมกันของคนในครอบครัวไทยเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยมีสมาชิกหลายช่วงวัย
• ความมั่นคงทางการเงินและหน้าที่การงาน
• ความพร้อมด้านที่อยู่อาศัยและอารมณ์
• สภาพแวดล้อมทางสังคม ความปลอดภัย เศรษฐกิจ และการเมือง
คนรุ่นใหม่มักใช้เวลาไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยมองว่า “การมีบุตรเป็นทางเลือก ไม่ใช่สิ่งจำเป็น”
• ผู้หญิงในยุคปัจจุบันมีระดับการศึกษาสูงขึ้น และมีบทบาทมากในตลาดแรงงาน
• เมื่อตัดสินใจมีบุตร อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานจะลดลงชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเลี้ยงดูบุตรวัยเล็ก
• จึงเกิดค่าเสียโอกาสที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเลือกเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการมีบุตร
• ระดับความสุขขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน
• งานสำรวจในนิสิตระดับอุดมศึกษา พบว่า ปัจจัยในการตัดสินใจมีหรือไม่มีลูกไม่ได้อยู่ที่ความสุข แต่เน้นที่ความพร้อมและความมั่นคงในชีวิต
• คนรุ่นใหม่จำนวนมากให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สภาพสังคม และคุณภาพชีวิตของบุตรในอนาคต
เมื่อจำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังมีมากขึ้น จำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนในชุมชน เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุยังคงดี เช่น บ้านพักผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลกลางวัน หรือกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในชุมชน เป้าหมายคือให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและยังรู้สึกมีคุณค่าในสังคม อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงบริการเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจยังไม่เหมาะสมกับรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่
• การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรส่งผลต่อรูปแบบความรัก ความสัมพันธ์ และการดูแลกันในครอบครัว
• สังคมไทยในอนาคตอาจไม่ได้ยึดโยงกันด้วยสายเลือดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความเอื้อเฟื้อและระบบสนับสนุนร่วมกันในชุมชน
• การเตรียมพร้อมทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และสังคม จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพในยุคสังคมสูงวัย
รายการรอบตัวเรา วันอาทิตย์ 10.30 น. Chula Radio [16 พ.ย.68]
ผู้ดำเนินรายการ: ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิทยากร: ผศ.ดร.ชฎาธาร โอษธีศ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ และหน่วยปฏิบัติการวิจัยและประสานงานเพื่อการวิจัยแรงงานแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย