Brexit ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป | BRI แผนการของจีนเพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่แทนสหรัฐ
1,593 views
0
0

Brexit ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป
-ผ่านมาแล้ว 3 ปี ทำไมการเจรจาออกจากสหภาพยุโรปยังไม่สำเร็จสักที
-รู้จักสหภาพยุโรป องค์กรเหนือรัฐ
-ทำไมต้องสนใจ Brexit
-Brexit หรืออังกฤษถึงทางตัน?

BRI แผนการของจีนเพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่แทนมหาอำนาจสหรัฐ
-การเดินทางไปยุโรปของสี จิ้นผิง กับโครงการ BRI (Belt and Road Initiative) หรือเส้นทางสายไหมยุคใหม่
-BRI แผนการสร้างจักรวรรดิของจีน

รายงานของมุลเลอร์: ประธานาธิบดีทรัมป์หมดมลทิน (?)
-มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนข้อกล่าวหากรณีทรัมป์ไปร่วมมือกับรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2016 หรือไม่
-ใช้เวลาพิจารณาสืบสวนสอบสวน 22 เดือน ขณะนี้ (มีนาคม 2019) ยังไม่เปิดเผยผลทั้งหมดในที่สาธารณะ
-แม้มิได้ชี้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์กระทำความผิด แต่ก็มิได้ระบุว่าพ้นข้อกล่าวหาเช่นกัน

[นาที 9.30] Brexit ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป
Brexit ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป
Brexit | British Exit

ยุโรปมีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 1958 แต่เปลี่ยนมาใช้ชื่อสหภาพยุโรปปี 1992

กรณี Brexit ปี 2016 คนอังกฤษลงประชามติเพื่อออกจากสหภาพยุโรป (52 ต่อ 48) เหตุผลเพราะอังกฤษรู้สึกว่าสหภาพยุโรปกำหนดทิศทางและนโยบายมากเกินไป ซึ่งไม่ถูกต้อง อังกฤษควรมีอิสระ สามารถกำหนดนโยบายต่างประเทศและการเงินการคลังเอง ไม่ต้องฟังเสียงสหภาพยุโรป

การลงประชามติครั้งนั้นไม่มีผลทางกฎหมาย แต่รัฐบาลอังกฤษก็ทำตาม ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา จึงมีกระบวนการเจรจาเพื่อออกจากสหภาพยุโรป ผ่านมาแล้วสามปียังไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะการเจรจาออกจากสหภาพยุโรปมีขั้นตอน ซึ่งท้ายที่สุดก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของอังกฤษ แต่ต้องไม่ลืมว่าอังกฤษเองก็ได้ประโยชน์จากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ขณะนี้มีกระแสว่า ถ้าอังกฤษไม่ออกจากสหภาพยุโรปได้ไหม ซึ่งสหภาพยุโรปไม่ได้ขัดข้องอะไร

ข้อตกลงอะไร

หลังการเจรจากับสหภาพยุโรป สิ่งที่ต้องรัฐบาลอังกฤษต้องทำคือ ผ่านความเห็นชอบข้อตกลง 2 เรื่อง
1. ข้อตกลงออกจากสหภาพยุโรป
2. อนาคต อังกฤษจะมีปฏิสัมพันธ์ (ทางการเมือง) กับสหภาพยุโรปอย่างไร

โหวตมาแล้วสามรอบ ไม่ผ่านทั้งสามรอบ
ถ้านายกรัฐมนตรีอังกฤษ เทเรซา เมย์ ไม่ได้เสียงข้างมากในสภา ก็ไม่สามารถออกกฎหมายเพื่อออกจากสหภาพยุโรปได้ ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เทเรซา เมย์

เดิมที เทเรซา เมย์ ไม่ได้เห็นด้วยที่จะออกจากสหภาพยุโรป แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องทำตามผลประชามติเมื่อปี 2016 เธอมีหน้าที่ทำอย่างไรให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปโดยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

สถานะของเทเรซา เมย์ขณะนี้ไม่แน่นอน

มีคำพูด (เล่นคำ) ที่ว่า 'อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อังกฤษที่การสิ้นสุดของ May มาก่อน April'

สหภาพยุโรป

กระบวนการออกจากสหภาพยุโรปค่อนข้างซับซ้อน
สหภาพยุโรป เป็นองค์กรความร่วมมือส่วนภูมิภาคมีสถานะ Supranational หรือ องค์กรเหนือรัฐ ที่ระบุกฎกติกาชัดเจน ถึงแม้อยากออก แต่ไม่ได้ออกกันง่ายๆ (เจรจามาสามปีแล้ว)

อังกฤษ...ถึงทางตัน?

ในอังกฤษเกิดการแตกแยกทางความคิดมากที่สุด (นับตั้งแต่อังกฤษยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง)

เกิดความเห็น 3 ข้อใหญ่กรณี Brexit และยังไม่มีทางเลือกไหนเป็นเสียงข้างมาก
1. ไม่ออกจากสหภาพยุโรป
2. Hard Brexit ออกจากสหภาพยุโรปอย่างไร้เยื่อใย
3. Soft Brexit ออกจากสหภาพยุโรปแบบมีเยื่อใย

ทำไมต้องสนใจ Brexit

1. สหภาพยุโรปเป็นต้นแบบการรวมกลุ่มกันทางเศรษฐกิจ การที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในโลกหรือไม่
2. สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าสำคัญของอาเซียนและไทย ปริมาณการค้าระหว่างกันสูงมาก และเราได้ดุล
เราไม่ได้สนใจ Brexit เพียงเพราะเป็น Brexit แต่เพราะกระทบต่อผลประโยชน์ของภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย
3. เป็นแนวทางให้อาเซียนพิจารณาว่า อาเซียนควรมีกฎกติกาที่เข้มงวดเช่นนี้ไหม กรณีของอาเซียนไม่มีกฎกติกาเกี่ยวกับการ Sanction หรือมีคนพูดกันเยอะว่า จะมีประเทศไหนอยากออกจากอาเซียนไหม

ข้อแตกต่างระหว่างสหภาพยุโรปและอาเซียน
-ในอาเซียน อำนาจอธิปไตยของแต่ละประเทศอยู่ครบ
-อาเซียนไม่เหมือนสหภาพยุโรปที่มี "สหภาพรัฐสภายุโรป" เมื่ออออกกฎหมายอะไรมา มีผลบังคับใช้ใน 28 ประเทศสมาชิก
-อาเซียนแม้จะมีกฎบัตรอาเซียน แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็ไม่มีผลบังคับใช้จริงจัง

[นาที 28.30] BRI แผนการของจีนเพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่แทนมหาอำนาจสหรัฐ
Belt and Road Initiative | ภาพ: www.herbertsmithfreehills.com
สี จิ้นผิงเดินทางไปยุโรป

สี จิ้นผิงเดินทางไปยุโรป (ฝรั่งเศส อิตาลี โมนาโก)
หัวใจสำคัญของการเดินทางไปยุโรปคือ ขายนโยบายโครงการ BRI (Belt and Road Initiative) หรือเส้นทางสายไหมยุคใหม่

BRI | Belt and Road Initiative เส้นทางสายไหมยุคใหม่

ต้องการเชื่อมจีน ยุโรป แอฟริกา บางส่วนในเอเชีย โดยการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ทางรถไฟ ท่าเรือ ถนน ศูนย์กลางอุตสาหกรรม เพื่อรื้อฟื้นเส้นทางสายไหมในอดีตกลับขึ้นมา

สิ่งที่ซ่อนอยู่

BRI เป็นแผนการอันทะเยอทะยานของจีนในการขยายอิทธิพลไปส่วนต่างๆ ของโลก สร้างระเบียบโลกใหม่แทนระเบียบโลกเดิมที่ถูกกำหนดโดยสหรัฐตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งการเดินทางของสี จิ้นผิง คือการขยายอิทธิพลของจีนไปยังยุโรป

มหายุทธศาสตร์ของจีนเพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่ จีนอ้างว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์กับประเทศที่ร่วมมือ (มีประเทศเข้าร่วมแล้ว 123 ประเทศ) เพื่อสร้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของโลก

ประเทศที่ไม่ร่วมด้วย

สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย ประเทศสำคัญในยุโรป

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสหรัฐว่า โครงการนี้เป็นการสร้างกับดักหนี้สินและทำให้ประเทศกำลังพัฒนาตกเป็นเบี้ยล่าง เช่น กรณีท่าเรือที่ประเทศศรีลังกา ปรากฏว่าศรีลังกาไม่สามารถชำระหนี้ให้จีน ศรีลังกาจึงต้องยอมให้บริษัทของจีนควบคุมท่าเรือนั้นเป็นเวลา 99 ปี

อิตาลี ลงนามใน BRI

หลายประเทศในยุโรปไม่เห็นด้วย ในอิตาลีเองความเห็นก็แตกแยก มีการพูดกันว่าการทำข้อตกลงนี้ทำให้อิตาลีดูกลายเป็นอาณานิคมของจีน
มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อตกลงที่ได้ ส่วนใหญ่บริษัทจีนได้ประโยชน์

ฝรั่งเศส ไม่ตกลงใดๆ

ถ้าอิตาลีต้อนรับสี จิ้นผิงแบบราชา
เอมมานูเอล มาครง นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส แสดงให้เห็นว่า สหภาพยุโรปมีเอกภาพ หากจะเจรจาอะไรกับฝรั่งเศส สหภาพยุโรปต้องรับรู้ด้วย มีการเชิญนายกเยอรมัน ประธานสหภาพยุโรปเข้ามาด้วย

ฝรั่งเศสยังไม่ลงนามใน BRI ใดๆ ทั้งสิ้น

แผนการสร้างจักรวรรดิ

จีนมักมีข้อเสนอให้คู่ค้าไม่รู้สึกว่าแค่มาขายของ แต่ยังคำนึงถึงประโยชน์ด้านอื่นๆ ของโลกด้วย เป็นคำโฆษณาชวนเชื่อที่มาพร้อมเงิน จีนก็เหมือนสหรัฐ ไม่มีการลงทุนใดที่ไม่หวังผลตอนแทนคืน

จีนพยายามไม่สร้างให้เกิดภาพลักษณ์ที่ว่า จีนกำลังไปคุกคามยุทธศาสตร์ทางทหาร ทำให้เหมือนมุ่งเรื่องการค้าเป็นหลัก แต่มีคนมองว่า จีนวางแผนได้ล้ำลึก ระยะยาวถ้าจีนมีอิทธิพลในเส้นทาง BRI หลายประเทศต้องพึ่งจีนเรื่องการค้าขายหรือเป็นหนี้ จีนสามารถกดดันและครอบงำทางเศรษฐกิจได้ อิทธิพลทางการเมืองย่อมตามมา

แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ยุติธรรมที่จะไปกล่าวหาจีนทั้งหมด เพราะหลายประเทศต้องการตลาดจีน อยากค้าขายด้วย มันก็ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ประเด็นอยู่ที่แต่ละฝ่ายมีอำนาจการต่อรองมากน้อยแค่ไหน

โลกปัจจุบันต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน เพียงแต่การได้ประโยชน์จากกัน ใครจะได้ประโยชน์มากกว่าขึ้นอยู่กับความสามารถในการเจรจาต่อรอง ถ้าไม่ใช่เกิดการบังคับขู่เข็ญเหมือนยุคล่าอาณานิยมก็สมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย แต่ประเด็นคือจีนจะเอาเปรียบมากน้อยเพียงใด นั่นคือสิ่งที่จีนต้องพิสูจน์ให้ชาวโลกเห็น

[นาที 53.10] รายงานของมุลเลอร์: ประธานาธิบดีทรัมป์หมดมลทิน (?)
ภาพ: Gerald Herbert / www.vanityfair.com
มุลเลอร์ (Robert Mueller)

อัยการพิเศษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนข้อกล่าวหากรณีทรัมป์ไปร่วมมือกับรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2016 หรือไม่

ใช้เวลาพิจารณาสืบสวนสอบสวน สรุปเป็นรายงาน 22 เดือน
ขณะนี้ (มีนาคม 2019) ยังไม่เปิดเผยผลทั้งหมดในที่สาธารณะ

มิได้ชี้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์กระทำความผิด แต่ก็มิได้ระบุว่าพ้นมลทินเช่นกัน

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมสรุปประเด็นหลักๆ ดังนี้

1. ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าทรัมป์สมรู้ร่วมคิดกับรัสเซีย (ทำผิดกฎหมาย) ที่ไปล้วงข้อมูลจากพรรคตรงข้าม
2. การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม อัยการพิเศษมุลเลอร์ไม่ได้ตัดสินว่าพฤติกรรมของทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเป็นคนตัดสินเอง
แม้ไม่ได้สรุปว่าทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม แต่ทรัมป์ยังไม่พ้นมลทินเรื่องการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ประเด็นนี้สำคัญ คำว่า Collusion (ที่ทรัมป์มักพูด No collusion) เป็นคำที่ใช้ทางการเมือง แต่ไม่มีความผิดทางกฎหมาย จนกว่าจะพิสูจน์จนไร้ข้อสงสัย แต่ถ้าเป็น Conspiracy ในคดีอาญามีความหมายว่า มีหลักฐานเชิงประจักษ์โดยไร้ข้อกังขา
.
รายการรัฐศาสตร์สู่สังคม
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู และ ผศ.ดร.ปราณี ทิพย์รัตน์
ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายการรัฐศาสตร์สู่สังคม