อินทิรา คานธี หญิงเหล็กแห่งอินเดีย ตอนที่ 3
425 views
0
0
"ตอนที่ 3"

อินทิรา คานธี หญิงเหล็กแห่งอินเดีย ตอนที่ 3

Hume tum se pyar kitna (ฉันรักเธอเพียงใด)

เพลงนี้ดัดแปลงมาจากเพลงประกอบภาพยนตร์ Kudrat (ธรรมชาติ) ฉายในปี 1981 เขียนและกำกับโดย Chetan Anand เพลงที่ดัดแปลงมานี้ทำขึ้นโดย Acoustika Music

อินทิรา คานธี

แม้อินทิรา คานธีเกิดในครอบครัวเนห์รูที่มีชื่อเสียงโด่งดังและมั่งคั่ง แต่ชีวิตของเธอก็เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความขุ่นเคืองมากมาย ครั้งหนึ่งนักเขียนนวนิยายชื่อดัง ไอริส เมอร์ดอค ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนแบดมินตันด้วยกัน เขียนถึงเธอว่า "เป็นคนไม่มีความสุข ว้าเหว่ และไม่แน่ใจอนาคตตัวเอง"

เพียงไม่กี่วันก่อนเธอจะถูกสังหารในปี 1984 เธอกล่าวความในใจต่อเพื่อนสนิทคนหนึ่งว่า "ฉันแน่ใจเลยว่าในตัวฉันไม่มีอะไรน่าชื่นชมสักอย่าง"

จากวรรณกรรมชีวประวัติของอินทิรา พอสรุปได้ว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ชีวิตของเธอตั้งแต่เด็กจนถึงวัย 18 ปีไม่มีความสุขมากนักคือ
1. การที่เธอถือกำเนิดเป็นบุตรีคนเดียวของยวาฮัรลาล เนห์รูในช่วงเวลาที่เขากำลังนำพาครอบครัวเนห์รูเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงสำคัญ
2. การที่ครอบครัวทางฝ่ายพ่อปฏิบัติไม่ดีต่อแม่ ซึ่งเป็นคนที่เธอรักและสงสารมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิต

การเปลี่ยนแปลงสำคัญของครอบครัวเนห์รู

• ปี 1915 สองปีก่อนอินทิราจะถือกำเนิด คานธี (หรือมหาตมาคานธีในเวลาต่อมา) กลับจากแอฟริกาใต้มายังอินเดีย และอีกไม่นานนักที่อิทธิพลของคานธีจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของครอบครัวเนห์รูอย่างมหันต์ กล่าวได้ว่า คานธีแทบจะกลายเป็นคู่แข่งกับโมตีลาล เนห์รูในความเป็นพ่อของยวาฮัรลาลเลยทีเดียว วิถีแบบคานธีว่าด้วยสัตยาเคราะห์และอหิงสา รวมถึงการใช้ผ้าคาดีและการต่อต้านสินค้าต่างประเทศได้เข้าสู่อานันท์ภวัน คฤหาสน์ของตระกูลเนห์รูที่ครึกครื้นไปด้วยงานเลี้ยงในสวนและแขกผู้สง่างาม จำต้องตระหนักด้วยว่า อินทิราเกิดประมาณเจ็ดเดือนหลังจากคานธีได้เริ่มวิถีอารยะขัดขืนในอินเดียครั้งแรก หรือ สัตยาเคราะห์จัมปารัน

• ในช่วงแรก เช่นเดียวกับชาวอินเดียหัวสมัยใหม่หลายคน สมาชิกครอบครัวเนห์รู ยังรู้สึกลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงตามแบบคานธี แต่การสังหารหมู่ปี 1919 ณ ยาเลียนวาลาบาค เมืองอมฤตสระ ปัญจาบ ซึ่งสำแดงถึงความอยุติธรรมและความโหดร้ายของอังกฤษ ดังที่อินทิราได้กล่าวไว้ "ได้ขจัดความอิหลักอิเหลื่อและความคลางแคลงใจ" ของครอบครัวเนห์รูไปไม่น้อยเลย ยวาฮัรลาลที่กลับมาจากอังกฤษเป็น "ชาวอังกฤษมากกว่าชาวอินเดีย" ซึ่งในเวลาต่อมาเขาคร่ำครวญว่า ณ ขณะนั้นเขา "เป็นคนอวดดีที่แทบไม่มีสิ่งน่ายกย่องเลย" ได้ใช้เวลากว่าสองทศวรรษเพื่อลงมือปรับเปลี่ยนขนานใหญ่ให้ตนเองเป็นคนอินเดีย ในกระบวนการสร้างตัวตนที่ว่านี้ โมตีลาล อินทิรา และคนอื่นๆ ได้รับผลกระทบไปด้วย

โมตีลาล เลิกอาชีพนักกฎหมาย และนำผลิตภัณฑ์ต่างชาติมูลค่ามหาศาลโยนเข้าในกองไฟในนามของการไม่ร่วมมือกับอังกฤษ อันเป็นกลยุทธ์สำคัญในขบวนการชาตินิยมนำโดยคานธี แท้จริงแล้ว ใช่ว่าโมตีลาลจะมีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงนี้นัก เพราะตนไม่ประสงค์จะยอมรับหลักการแบบคานธี แต่ก็ยอมที่จะไม่ร่วมมือกับอังกฤษเพื่อลูกชายของตน เพื่อว่าจะได้ใกล้ชิดกับลูกยิ่งขึ้น เดินร่วมทางกับลูกและติดตะรางกับลูก ดังที่ สแตนลีย์ โวลเพิร์ต ผู้เขียนชีวประวัติยวาฮัรลาลคนหนึ่งระบุว่า "เพราะลูกชายของเขาปฏิเสธที่จะสืบทอดกิจการด้านกฎหมายอันร่ำรวยของเขา เขาจึงทำอาชีพการเมืองอย่างลูกชายแทน" วิชัยลักษมีน้องสาวของยวาฮัรลาลเล่าว่า "คานธีครอบงำครอบครัวของเราอย่างหนักเสียจนเขาเป็นผู้ตัดสินใจแม้กระทั่งว่าฉันจะสวมส่าหรีชุดไหนในงานแต่งงานของตัวเอง ซึ่งจะเป็นอื่นไปไม่ได้ ต้องเป็นผ้าคาดีเท่านั้น แม่ฉันโกรธเรื่องนี้มาก ส่วนบา (หรือกัสตูร์บา ภรรยามหาตมาคานธี) ทอส่าหรีผ้าคาดีอย่างดีให้ฉัน ย้อมสีชมพู"

อินทิราในวัยเด็ก ซึ่งถูกเหน็บแนมว่าเหตุไฉนจึงเล่นตุ๊กตาของต่างชาติ เธอจำต้องสละตุ๊กตาตัวโปรดที่ผลิตในฝรั่งเศส และยืนดูตุ๊กตาหลอมละลายไปในกองไฟด้วยอารมณ์โศกสลดสะพรึงกลัว และด้วยหน้าที่ต่อปิตุภูมิ เธอได้สารภาพในเวลาหลายปีต่อมาว่า "ตุ๊กตาตัวนั้นเป็นเพื่อนฉัน เป็นลูกฉัน ทุกวันนี้ฉันยังแหยงการจุดไม้ขีดไฟอยู่เลย" การใช้นามสกุลเนห์รูมิได้แสดงถึงความร่ำรวยและมีอภิสิทธิ์อีกต่อไป ต่อแต่นี้ไปกลับกลายเป็นสมาชิกครอบครัวกบฏ และด้วยหน้าที่ต่อปิตุภูมินี่เองที่ทำให้ยวาฮัรลาลยืนกรานที่จะถอนเธอออกจากโรงเรียนเซนต์เซซิเลียในอัลลาฮาบาด โดยให้เหตุผลว่าโรงเรียนดังกล่าวเป็นของอังกฤษ ดังนั้นแล้ว ย่อมเป็นการละเมิดหลักการของพรรคคองเกรสที่จะต้องต่อต้านต่างชาติ อินทิราต้องถูกให้ออกจากโรงเรียนแล้วมาเรียนที่บ้านด้วยคำสั่งของบิดา ซึ่งสร้างเธอเป็นนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในวัยเจ็ดขวบ

• ยวาฮัรลาลมักเขียนถึงอินทิราด้วยว่า เธอกับเขาโชคดีแค่ไหนที่มีส่วนร่วมปลดแอกอินเดีย ในการสนทนากับผู้เล่าชีวประวัติของอินทิราคนหนึ่ง ปริยังกา คานธี หลานสาวของอินทิราเล่าว่า "คุณย่าเป็นนักปฏิวัติ และเป็นเช่นนั้นตลอดชีวิตของเธอ" เรายังสังเกตได้อีกด้วยว่าบรรยากาศมีลักษณะปฏิวัติอยู่เพียงใด ดังที่แผ่นป้ายหน้าอานันท์ภวัน (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นสวราชภวัน) จารึกไว้ว่า "บ้านหลังนี้เป็นยิ่งกว่าสิ่งปลูกสร้างจากอิฐและปูน เป็นบ้านที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาติเรา ภายในกำแพงบ้านหลังนี้มีการตัดสินใจครั้งใหญ่และเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่เกิดขึ้นมากมาย"

• เกี่ยวกับเรื่องเพศสภาพของอินทิรา ตอนที่อินทิราเกิด โมตีลาลได้ระงับความเข้าใจใดๆ ก็ตามที่ว่าเขาไม่พอใจกับหลานสาวเกิดใหม่ของเขา เขาคลายบรรยากาศในบ้าน โดยเฉพาะกับสวรูปรานีภรรยาของเขาที่ได้โพล่งออกมาว่า "น่าจะเป็นเด็กผู้ชาย"

ครอบครัวเนห์รู | ภาพ: https://www.biography.com/news/indira-gandhi-biography-facts

รายการปกิณกะอินเดีย
สุรัตน์ โหราชัยกุล และ ณัฐ วัชรคิรินทร์ ศูนย์อินเดียศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย