ซินโฟเนียสยามินทร์
105 views
0
0
"เดือนกรกฎาคม เป็นเดือนที่ตรงกับวาระมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูรฯ ปี 2563 นี้เป็นปีที่ 5 แห่งรัชกาลปัจจุบัน ฉบับนี้นำเสนอเรื่องราวของบทเพลง ‘ซินโฟเนียสยามินทร์’ ของศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร ศิลปินศิลปาธร และศาสตราจารย์ประจำภาควิชาดุริยางคศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวาระมงคลเฉลิมพระชนมพรรษาปีนี้"

บทเพลง ‘ซินโฟเนียสยามินทร์’ เป็นลักษณะดนตรีพรรณนา (symphonic poem) ที่ให้เสียงดนตรีสื่อถึง ‘ความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนชาวสยาม’ ที่มีมาอย่างมั่นคงตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาติเรา

บทเพลงเริ่มด้วยการนำเสนอ ‘ทำนองพระมหากษัตริย์’ อันสง่างาม เป็นทำนองหลักของเพลงนี้ บรรเลงโดยกลุ่มเครื่องสายและกลุ่มแตร จากนั้นทำนองหลักนี้จะคลี่คลายออกเป็นทำนองแปร (variations) รูปแบบต่างๆตามกลวิธีการประพันธ์เพลงตะวันตกขั้นสูง จากนั้นดนตรีก็เข้าสู่ บทตอนต่างๆของเพลงที่มีลีลาและบรรยากาศต่างๆกัน

ตอนแรก มีชื่อว่า ‘ราชอาณาจักร’ ช่วงนี้บรรยายถึง ‘ความสงบสุข’ เมื่อครั้งเริ่มต้นราชธานี อันยิ่งใหญ่เมื่อราว 700 ปีที่แล้ว ในช่วงนี้เสียงดนตรีออกสำเนียงที่สื่อถึง ‘ความเป็นไทย’ แล้วค่อยๆเข้มข้นขึ้นก่อนนำกลับสู่ ‘ทำนองพระมหากษัตริย์’ ที่จะนำเข้าสู่ตอนที่สองของเพลง

ตอนสอง มีชื่อว่า ‘ดินแดนสากลแห่งความหลากหลาย’ บรรยายถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง เมื่อเรามีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ซึ่งผู้แต่งสื่อถึงแนวคิดนี้ ด้วยการผสมผสานดนตรีออกสำเนียงของชนชาติต่างๆที่เข้ามาติดต่อกับราชอาณาจักรสยาม

เริ่มด้วยสำเนียงและลีลาดนตรีญี่ปุ่น นำเสนอด้วยกลุ่มเครื่องเป่าลมไม้เป็นหลัก และตามด้วย แขกเปอร์เชีย ในลีลาดนตรีสนุกสนานด้วยจังหวะจะโคนอันเป็นเอกลักษณ์แขกๆ ผสมผสานการไล่เสียงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นตามมาด้วย ดนตรีลีลาจีนและลีลาแขกอินเดีย ซึ่งมีปี่โอโบเป็นตัวชูโรง และมีการใช้เทคนิคการตีสายบนเครื่องสายเพื่อเลียนเสียงกลองอินเดีย จากนั้น ปิดท้ายช่วงนานาชาตินี้ ด้วยเสียงดนตรีจากดินแดนยุโรป ซึ่งผู้แต่งแทนเสียงด้วยเพลงสวด (chant) เพื่อวาดภาพและปลุกบรรยากาศของโบสถ์ฝรั่งที่มีจำนวนไม่น้อยในราชธานีสยาม

ตอนสาม มีชื่อว่า ‘สงคราม’ พระมหากษัตริย์ในฐานะจอมทัพ ทรงเป็นผู้นำพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นและรอดปลอดภัยจากสงครามที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ในประวัติศาสตร์ของชนทุกชาติ ดนตรีช่วงนี้จะมีเสียงประสานที่กร้าวกระด้าง รวมทั้งมีจังหวะหนักหน่วงซับซ้อน ตลอดจนการผสมผสานเครื่องดนตรีต่างๆอย่างเข้มข้นเร้าใจ เพื่อวาดภาพและสร้างบรรยากาศแห่งสงคราม

หลังจากนั้น เสียงดนตรีแห่งสงครามจะค่อย ๆคลี่คลายสู่ตอนส่งท้ายซึ่งมีชื่อว่า ‘รัตนโกสินทร์’ ท่อนนี้มีทำนองเพลงไพเราะอ่อนหวาน ที่ผู้แต่งดัดแปลงมาจากทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ ‘บุหลันลอยเลื่อน’ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

บทเพลง ‘ซินโฟเนียสยามินทร์’ สรุปจบลงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการหวนกลับมาของ ‘ทำนองพระมหากษัตริย์’ อันสง่างาม สื่อถึงสถาบันซึ่งเป็นหลักชัยอันมั่นคงของชาติเราเสมอมา
ขอเชิญติดตามรับฟัง บทเพลง ‘ซินโฟเนียสยามินทร์’ คืนวันเฉลิมพระชนมพรรษา อังคารที่ 28 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้