การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยภาพของสัตวแพทย์
96 views
0
0

การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ เป็นวิธีทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรค และหาสาเหตุความผิดปกติในสัตว์เลี้ยงเบื้องต้น ที่ได้ยินกันบ่อยๆ ได้แก่ การเอกซเรย์ การอัลตราซาวนด์ CT-Scan MRI

• ข้อดี-ข้อจำกัด-ข้อควรระวัง ของเทคนิคแต่ละประเภท
• ใช้เพื่อตรวจหาและประเมินอะไรในตัวสัตว์เลี้ยง

การเอกซเรย์ (X-ray)

ข้อดี
เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย สัตว์ไม่ต้องวางยาสลบหรืออดอาหารก่อนการตรวจวินิจฉัย นอกจากนี้ยังช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินรอยโรคหรือความผิดปกติเบื้องต้นของสัตว์ป่วยจากภาพได้ ทำให้สามารถวางแผนการรักษาและพยากรณ์โรคในเบื้องต้น ก่อนที่จะทำการตรวจวินิจฉัยในเชิงลึกต่อไป

ข้อจำกัด
มีความไวในการตรวจจับรอยโรคที่ผิดปกติได้ไม่ดีนัก จึงเหมาะเป็นเพียง “การประเมินในเบื้องต้น” เท่านั้น

การอัลตราซาวนด์ (Ultrasonography)

ข้อดี
1. เป็นวิธีวินิจฉัยด้วยภาพที่มีความไวมากขึ้นกว่าเอกซเรย์ ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถประเมินรอยโรค และการทำงานของอวัยวะภายในช่องท้องต่างๆ ได้ละเอียดและสมบูรณ์ขึ้น
2. ใช้ตรวจเช็คการมีชีวิตอยู่ของลูกสัตว์ในท้องของแม่ แม้ว่าการเอกซเรย์สามารถบอกจำนวนของลูกสัตว์ในท้องได้ แต่ไม่สามารถทราบได้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ การทำอัลตราซาวนด์สัตว์จึงเป็นประโยชน์มาก

ข้อจำกัด
1. สัตว์ที่จะทำการตรวจต้องมีการเตรียมตัวก่อนรับการตรวจคือ อดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ภาพที่ได้จากการตรวจอัลตราซาวนด์มีความชัดเจน และประเมินเห็นรอยโรคได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
2. หากมีแก๊สหรืออากาศจะไม่สามารถมองเห็นและประเมินรอยโรคได้ หากมีอาหารในทางเดินอาหารก็อาจบดบังอวัยวะที่ต้องการตรวจหรือทำให้แปรผลผิดพลาดไปจากความเป็นจริงได้

CT scan

ข้อดี
เป็นการตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของสัตว์ป่วยโดยอาศัยการฉายรังสีเอกซ์ ร่วมกับการประมวลขั้นสูงทางคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ภาพที่ได้มีความละเอียดสูงกว่าภาพเอกซเรย์มาก ข้อมูลที่ได้จากภาพ CT scan ทำให้เห็นรายละเอียดของรอยโรคหรือความผิดปกติอย่างชัดเจน ช่วยให้การวินิจฉัยหารอยโรคนั้นถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

ข้อจำกัด
การตรวจ CT scan มีความจำเป็นต้อง “วางยาสลบสัตว์” ขณะทำการตรวจด้วย ดังนั้นสัตว์ป่วยต้องมีการเตรียมตัวก่อนวางยาสลบ ต้องมีตรวจความพร้อมก่อนวางยาเหมือนการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดทั่วไป เช่น ตรวจการทำงานของตับและไต ต้องมีการงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง มีการให้สารน้ำทางเส้นเลือด เป็นต้น

ข้อควรระวัง
1. การตรวจ CT scan ใช้รังสีเอกซ์ในการสร้างภาพเป็นปริมาณมาก มากกว่าการถ่ายภาพเอกซเรย์ทั่วไป หากสัตว์ป่วยได้รับรังสีเป็นจำนวนมากและเวลานานย่อมส่งผลเสียต่อร่างกาย
2. การจะผลิตภาพ CT scan ให้เห็นรอยโรคชัดเจน จำเป็นต้องฉีด “สารทึบรังสี” ที่มีส่วนประกอบของไอโอดีนเข้าทางหลอดเลือด ซึ่งสารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น การแพ้สารทึบรังสี ส่งผลเสียต่อการทำงานของไต อาจทำให้ไตวายได้โดยเฉพาะสัตว์ป่วยที่มีความผิดปกติของไต สัตว์ป่วยที่ขาดน้ำ สัตว์ที่อายุมาก

MRI (Magnetic Resonance Imaging) การสร้างภาพเหมือนจริงโดยใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง

เป็นการตรวจโดยใช้เครื่องมือสร้างภาพอวัยวะในร่างกาย โดยอาศัยหลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุ จากนั้นนำสัญญาณที่ได้มาประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ในการตรวจวินิจฉัยรอยโรคของสัตว์ป่วย เพื่อนำมาใช้ในการรักษาและติดตามผลการรักษา

ข้อดี
1. ภาพจาก MRI มีความละเอียดสูงช่วยให้สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ชัดเจน
2. ใช้ได้ดีกับส่วนที่ไม่ใช่กระดูก นั่นคือ เนื้อเยื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาทในร่างกาย (CT-scan ดูภาพกระดูกได้ดีกว่า)
3. ใช้ตรวจหาความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นยึดกระดูกและกล้ามเนื้อได้ดี
4. สามารถตรวจหาความผิดปกติของหลอดเลือดเลือดได้โดยไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี ดังนั้นสัตว์ป่วยไม่ต้องรับความเสี่ยงจากผลข้างเคียงของสารทึบรังสีเหมือนการตรวจ CT-scan
5. สัตว์ป่วยไม่ต้องได้รับความเสี่ยงจากรังสีเอกซ์เหมือนการตรวจ CT-scan
6. สามารถใช้เทคนิคการตรวจพิเศษหลายชนิด ร่วมกับคอมพิวเตอร์ในการตรวจหาความผิดปกติ เช่น การตรวจสัตว์ป่วยที่มีภาวะสมองขาดเลือด การตรวจหาระดับชีวเคมีเพื่อแยกชนิดของก้อนเนื้อหรือมะเร็ง

ข้อจำกัด
สัตว์ป่วยต้องได้รับการวางยาสลบขณะทำการตรวจเช่นเดียวกันกับการตรวจ CT-scan ดังนั้นต้องมีการเตรียมตัวสัตว์เพื่อตรวจความพร้อมก่อนวางยา เช่น ตรวจการทำงานของตับและไต งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง มีการให้สารน้ำ

ข้อควรระวัง
ควรหลีกเลี่ยงการตรวจ MRI ในสัตว์ที่มีโลหะฝังอยู่ในร่างกาย เช่น สัตว์ที่รับการผ่าตัดดามกระดูก สัตว์ที่ได้รับการผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้เป็นจังหวะ เนื่อองจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องตรวจ MRI จะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ
_________________
รายการ pet care onair
ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร และ สพ.ญ.ดร.ฉัตรวลี บุญธรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย