50 minutes ปรับมุมคิด พิชิตโควิด-19 : สถานการณ์การระบาดของโควิด-19
86 views
0
0
"นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมโรค"

นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวกับสถานีวิทยุจุฬาฯ ถึงกรณีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มเด็กนักเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นว่า ถือเป็นเรื่องไม่เหนือความคาดหมาย เพราะการระบาดในเด็กเปรียบเสมือนการระบาดแบบเงียบๆ เด็กจะมีอาการน้อยกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งมีไม่ถึงครึ่งที่พบอาการไข้ หากเปรียบเทียบการตรวจวัดไข้ที่โรงเรียนแล้ว หากมีเด็กนักเรียนติดเชื้อ 2 คน ก็จะมีเด็กที่ติดเชื้อเข้าไปในโรงเรียนได้ 1 คน เนื่องจากอีกคนไม่มีอาการไข้ และกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ก็สามารถนำเชื้อแพร่กระจายได้ ผ่านการพูดคุยใกล้ชิดกัน ยิ่งหากไม่ใส่หน้ากากอนามัย ยิ่งมีโอกาสให้เชื้อแพร่ระบาดได้มากขึ้น ซึ่งในประเทศไทยเองตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เปิดเรียนอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ทำให้มาตรการเว้นระยะห่างต้องถูกยกเลิกไป ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยป้องกันได้มากที่สุดคือใส่หน้ากากผ้า หรือ หน้ากากอนามัย ร่วมกับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องของครู ผู้ปกครอง
พร้อมมองว่า หากมีการระบาดในโรงเรียนที่ประเทศไทยแล้ว ก็เชื่อว่าจะเกิดกรณีขึ้นคล้ายๆกันในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหากเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ก็มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งนอกจากเด็กที่มีความเสี่ยงแล้ว บุคคลในครอบครัวก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ที่จะนำเชื้อมาสู่ผู้ใหญ่ในบ้าน ซึ่งหลายครั้งกระทรวงสาธารณสุขได้แสดงความกังวล ต่อการแพร่ระบาดในโรงเรียนซึ่งจะทำให้เกิดการระบาดได้อย่างรวดเร็วมาก และส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง หากโรงเรียนไหนยังทำการเรียนการสอนทางไกลได้ ควรจะทำไปก่อน แต่หากไม่พร้อมหรือจำเป็นจริงๆ ก็เปิดเรียนได้ แต่ต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ พร้อมให้ความร่วมมือต่อไป

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการในขณะนี้จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการในการเข้าไปร่วมตรวจสอบถึงความพร้อมในการป้องกันโรคของโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งในช่วงการระบาดในครั้งนี้จึงถือเป็นภารกิจสำคัญในการป้องกันเชื้อไวรัสจากหลากหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ทุกคนจะต้องรับฟังข่าวสารอย่างมีสติ และการระบาดในรอบสองมีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่แล้วในอนาคตหากพบว่ามีผู้ติดเชื้อโดยไม่ทราบที่มา ประชาชนจะต้องเตรียมตัวในการป้องกันเชื้อไวรัส ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสถานที่ทำงาน ให้เปรียบเสมือนกับการเตรียมความพร้อมกับภัยพิบัติน้ำท่วมมีการวางแผนทุกระดับปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของตนเองได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการรับมือเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการระบาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมระบุว่า ขณะนี้ภาคส่วนของสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เตรียมทีมสอบสวนโรคให้เพิ่มจำนวนมากกว่าเดิมประมาณ 2-3 เท่า รวมถึงการเตรียมพื้นที่รักษาพยาบาลสำหรับกรณีพบผู้ป่วยจำนวนมาก วางแผนการรักษาให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันในระดับจังหวัดก็พบว่าได้เตรียมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในการจัดการเหตุฉุกเฉินที่ตามมา ทุกฝ่ายกำลังซักซ้อมความเข้าใจอย่างเต็มที่ให้สามารถจัดการกับการระบาดครั้งที่สองให้ดีกว่าครั้งแรก พร้อมย้ำว่า หากทุกฝ่ายเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี โอกาสที่จะเกิดการระบาดครั้งใหญ่ในประเทศไทยก็จะลดลงตามไปด้วย

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวด้วยว่า จากการวิจัยในต่างประเทศพบว่า หากมีการสอบสวนโรคและติดตามกิจกรรมภายใน 3 วัน จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการระงับยับยั้งการแพร่ระบาดได้ ซึ่งแต่ละคนก็มีกิจกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน หากมีการสอบสวนโรคจริงแพลตฟอร์มไทยชนะ ที่เป็นการเช็คอินสถานที่ต่างๆ ก็จะเป็นส่วนช่วยสำหรับการสอบสวนโรคของเจ้าหน้าที่ได้มาก ช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสถานที่ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการลงทะเบียนกับแพลตฟอร์มไทยชนะ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กับประเด็นอื่นๆ