สรุปข่าวประจำวันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2565

- ข่าวต้นชั่วโมง


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ติดตามสถานการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้น และตลาดซื้อขายเหรียญบิทคอยน์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตือนนักลงทุนให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง พร้อมให้คำแนะนำการลงทุนกับนักลงทุนเนื่องจากสถาน การณ์หุ้นทั่วโลกผันผวน ดังนั้น การลงทุนต้องระมัดระวัง อย่าลงทุนเกินตัว เพราะการลงทุนคือความเสี่ยง ก็ต้องพิจารณาการลงทุนในตลาดหุ้นและการซื้อขายเหรียญบิทคอยน์ด้วยความรอบคอบ
“การลงทุนคือความเสี่ยง นักลงทุนต้องหาข้อมูลการลงทุนให้ครบถ้วน และลงทุนด้วยความระมัดระวัง ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงาน ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก็ได้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตือนนักลงทุนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน-รัสเซีย ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งราคาน้ำมันตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีหุ้นปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1,557 จุด จากเดิมเคยสูงสุดทะลุ 1,600 จุดไปแล้ว ขณะที่ราคาบิทคอยน์จากที่ช่วงต้นเดือน มิ.ย.อยู่ที่ 30,000 ดอลลาร์ แต่ช่วงกลางเดือนราคาได้หลุดลงต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์ ก่อนจะไต่ขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วอยู่ระดับ 20,000-21,000 ดอลลาร์แล้ว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด บริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยให้เป็นแกนนำในการนำ ปตท.ก้าวสู่ธุรกิจใหม่ ที่เน้นการผลิตยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์
เพื่อรองรับการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และมีปัญหามลพิษ PM 2.5 เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และแก้ไขจุดบกพร่องของประเทศ โดยในเร็วๆนี้อินโนบิกจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งอาจใช้ชื่อว่า “มณีแดง” ซึ่งได้มาจากการให้ทุนแก่คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการค้นคว้าวิจัยการผลิตสารมณีแดง สารที่ช่วยชะลอวัย และทำให้ดูอ่อนเยาว์
สำหรับสารมณีแดง ไม่ใช่สเต็มเซลล์ แต่จะเข้าไปช่วยสร้างและซ่อมแซมร่างกายมนุษย์ในระดับดีเอ็นเอ เพราะการที่คนชราลง เนื่องจากเซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพ ข้อต่อ กระดูกต่างๆ หลุดหรือเสื่อมสภาพ ไม่แข็งแรง
หากฉีดยาจากสารสกัดมณีแดงเข้าสู่ร่างกายจะช่วยซ่อมแซมดีเอ็นเอในข้อต่อกระดูกได้ทันที ซึ่งสารนี้ผ่านการทดลองในหนูอายุมากมาแล้ว และพบว่าสภาพร่างกายของหนูมีความกระตือรือร้นขึ้น ความจำดีขึ้น หน้าท้องหายไป
โดยหลังจากนี้จะทดลองกับลิง หากการทดสอบเสร็จสมบูรณ์ทุกขั้นตอน จะนำมาทดลองใช้กับคน เชื่อว่าจะเป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าผู้หญิง และจะพัฒนาให้รักษาโรคมะเร็งในอนาคต
ขณะเดียวกันหากจะนำไปสู่ความสำเร็จที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ปตท.จะเป็นพันธมิตรกับทุกองค์กร เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศของวิทยาการทางการแพทย์นี้ขึ้นมา และพัฒนาให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศที่ปัจจุบันประเทศไทยผลิตยาได้เพียงยาสามัญประจำบ้าน แต่ยังต้องนำเข้ายาที่ใช้ในการรักษาโรค อาทิ โรคมะเร็ง เบาหวาน ฯลฯ ที่มีราคาสูงถึง 70-80%
ดังนั้น อินโนบิกจะเข้ามาเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ เพื่อทดแทนการนำเข้ายาบางชนิด และช่วยประหยัดเงินในการนำเข้าด้วย
ทั้งนี้ อินโนบิกจะเน้นศึกษาวิจัยและต่อยอดในการผลิตสินค้าหลัก 4 รายการ ประกอบด้วย
ยา ที่จะเน้นยาชีววัตถุที่เป็นยาสามัญ ไม่มีสิทธิบัตรสำหรับโรคที่ไม่ติดต่อ ซึ่งในระยะแรกจะนำร่องก่อนคือยารักษาโรคมะเร็ง เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากและต้องต่อยอดการรักษาด้วยเทคโนโลยี มีค่าใช้จ่ายสูง
การผลิตอาหารอนาคต อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งเป็นสินค้าที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เช่น อาหารคนสูงวัย อาหารสำหรับผู้ป่วย และอาหารที่เป็นยา
อุปกรณ์และวัสดุทางการแพทย์ โดยจะเน้นชนิดที่ใช้แล้วหมดไป และส่วนใหญ่จะผลิตจากผลพลอยได้จากปิโตรเคมี เช่น ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย ชุดตรวจโควิด (ATK) อุปกรณ์ก้านพันสำลี ที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการผลิต แต่ต้องพัฒนาจากสิ่งที่ใช้แล้วสิ้นเปลืองหมดไป โดยจะทำให้เกิดโปรดักต์แชมเปียน 4-5 รายการ และ 4.ระบบการวินิจฉัยโรค ซึ่งเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังระบบการวินิจฉัยโรคต่างๆให้มีความแม่นยำมากขึ้น


นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดตัวฟังก์ชัน “ประเมินภาวะลองโควิด” และ “ตรวจสุขภาพใจ” บนแพลตฟอร์ม “หมอพร้อม” โดย นพ.โสภณกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขพัฒนาแพลตฟอร์ม “หมอพร้อม” เป็น Digital Health Platform ของประเทศไทย เพื่อให้บริการด้านสุขภาพดิจิทัลแก่ประชาชน ปัจจุบันมีการให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 การตรวจหาเชื้อโควิด 19 การออกเอกสารรับรองโควิดตามมาตรฐานสหภาพยุโรป และการออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล เป็นต้น

โดยจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แพลตฟอร์มหมอพร้อมมีความสมบูรณ์และบริการที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขเห็นว่า ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยหลายคนที่รักษาหายแล้วยังเผชิญกับอาการป่วยจากโควิด 19 ที่หลงเหลืออยู่หรือภาวะ “ลองโควิด” ขณะที่บางส่วนได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ จึงพัฒนาฟังก์ชันในหมอพร้อมเพิ่มเติมอีก 2 ฟังก์ชัน ได้แก่

1.กรมการแพทย์พัฒนาฟังก์ชัน “ประเมินภาวะลองโควิด” พร้อมชุดข้อมูลความรู้เกี่ยวกับภาวะลองโควิดสำหรับประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะลองโควิด วิธีเตรียมรับมือ และแนวทางการดูแลตนเอง
2.กรมสุขภาพจิต พัฒนาฟังก์ชัน “ตรวจสุขภาพใจ” เพื่อเป็นเครื่องมือประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น และคัดกรองความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด 19 โดยทั้ง 2 ฟังก์ชันนี้จะให้บริการบนแพลตฟอร์มของหมอพร้อม ทั้ง LINE OA, แอปพลิเคชัน และเฟซบุ๊ก

พญ.อัมพร กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม (UTC) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาระบบ DMIND ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ ที่จะช่วยประเมินและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่เผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตจากการสัมภาษณ์พร้อมใช้ข้อมูลใบหน้า เสียง และข้อความ ในการประเมินด้วยระบบ AI พร้อมให้คำแนะนำด้วยชุดข้อมูลความรู้ และเชื่อมโยงระบบกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือสำหรับกลุ่มเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตในระดับปานกลางและกลุ่มเสี่ยงระดับสูง โดยระบบ DMIND จะเชื่อมระบบกับ “หมอพร้อม” บนฟังก์ชันตรวจสุขภาพใจ ซึ่งประชาชนสามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันได้บนหมอพร้อมแชทบอท หรือที่เมนูบริการอื่นๆ บน “หมอพร้อม”
นอกจากนี้ ยังสามารถเข้ามาศึกษาความรู้สุขภาพจิตด้วยตนเองได้ โดยชุดข้อมูลประกอบด้วยหมวดความรู้ต่างๆ ประกอบด้วย เครียด ซึมเศร้า เสี่ยงฆ่าตัวตาย ภาวะหมดไฟ การเติมพลังใจ วิธีดูแลจิตใจเมื่อสูญเสียคนรัก และการฟื้นฟูสุขภาพและป้องกันอาการ Post COVID เป็นต้น รวมถึงสามารถปรึกษาผ่านสายด่วนสุขภาพจิตที่เบอร์ 1323 ได้ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง



Notice: Undefined variable: device in /var/www/curadio.chula.ac.th/v2022/crp_footer.php on line 166

(Live) รายการพินิจเศรษฐกิจการเมือง (เปิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดย TDRI)