สรุปข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน 2565

- ข่าวต้นชั่วโมง


นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ นายมุน ซึงฮยอน (H.E. Mr. Moon Seoung-hyun) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมเพื่อแนะนำตัวหลังเข้ารับตำแหน่ง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ประเทศไทยและเกาหลีใต้ มีความสัมพันธ์ระดับเมืองหลายด้านด้วยกัน รวมทั้งมีโครงการที่จะสามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้หลายอย่าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งสองประเทศ โดยกรุงโซลมีความสามารถด้านการจัดการระบบคมนาคม ระบบการจัดการรถโดยสาร เชื่อมโยงกับระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งเห็นว่ามีประสิทธิภาพช่วยแก้ไขปัญหาจราจรได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้เรียนรู้ประโยชน์ของโครงการคลองชองเกชอน และนำบางส่วนมาประยุกต์เพื่อพัฒนาต่อยอดได้
ในส่วนของกรุงเทพมหานครยังมีความสนใจในด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายปัจจุบัน คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาฝุ่น PM2.5 น้ำเสีย และการบริหารจัดการขยะ ซึ่งเกาหลีน่าจะมีประสบการณ์การจัดการที่ดี เชื่อว่าว่าปัญหาของกทม.ไม่ใช่เพียงแห่งเดียวในโลก มีหลายที่ที่แก้ได้แล้ว และเกาหลีใต้อาจจะมีคำตอบสำหรับปัญหาเหล่านี้ และแทนที่จะส่งคณะของกทม.ไปศึกษาดูงาน อาจให้ผู้เชี่ยวชาญเกาหลีมาเมืองไทยแล้วหาคำตอบน่าจะมีประโยชน์มากกว่า
เนื่องจากจะได้เห็นสภาพจริงเพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมกับเมือง สำหรับการจราจรก็เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ การจัดการรถโดยสารประจำทางหรือรถเมล์ และการใช้ระบบITMF (Intelligent Traffic Management System) ซึ่งเป็นระบบควบคุมการไหลของรถในเมือง ซึ่งคาดว่าที่เกาหลีใต้น่าจะมีการใช้อยู่ และอาจเป็นความร่วมมือของเมืองในอนาคตได้


นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย เรื่อง “พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2565)” ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2565
ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวานนี้ (29 มิ.ย. 65) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนมีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เกือบไม่เคลื่อนที่ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 2–3 ก.ค. 65 โดยไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย
โดยวันที่ 30 มิ.ย. – 2 ก.ค. 65 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่อาจเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


วันที่ 29 มิ.ย. 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มั่นใจทุกหน่วยงานไทยมีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว จากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เห็นชอบให้ผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2565 โดยยกเว้นการลงทะเบียน Thailand Pass หรือ COE ของชาวต่างชาติ ให้แสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนหรือผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกรณีที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบโดส

ทางด้านปัจจัยสนับสนุนหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าสัปดาห์ที่ 5 ของเดือน มิ.ย. 2565 (วันที่ 27 มิ.ย.-3 ก.ค. 2565) คาดว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะมีจำนวน 177,000 คน ได้แก่ การยกเลิก Thailand Pass
และบัตร ตม.6 ที่จะเริ่มมีผล 1 ก.ค. 2565 การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินจากซาอุดีอาระเบีย จีน และประเทศอื่นๆ การอ่อนค่าของเงินบาท ความต้องการท่องเที่ยวไทยในระดับสูง (Pent up Demand) เนื่องจากไม่ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศมานาน และเนื่องจากการเข้าสู่หยุดหน้าร้อน (Summer Holiday) ของนักท่องเที่ยวยุโรป และการเข้าสู่ช่วงหยุดโรงเรียน (School Holiday) ของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย



นายสาธิต ครองสัตย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ร่วมกับบริษัท Wallbox Chargers SL. ประเทศสเปน ติดตั้ง Supernova เครื่องอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะแบบชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง ภายใต้แบรนด์ Wallbox เครื่องแรกของภูมิภาคเอเชีย ณ บริเวณหน้าร้านกาแฟคุณสายชล อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

เนื่องจากเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตด้านยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในที่สาธารณะให้สะดวกรวดเร็ว และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จุดเด่นของ Supernova สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 60 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จเพียง 15 นาที วิ่งได้ 100 กิโลเมตร มีประสิทธิภาพการจ่ายไฟสูงถึง 98% และสามารถรองรับหัวชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อในท้องตลาด ซึ่ง กฟผ. และเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของ Wallbox Chargers SL. ได้ร่วมทดสอบการชาร์จไฟจาก Supernova กับรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 3 รุ่น คือ Nissan LEAF และ Mitsubishi Outlander PHEV ซึ่งเป็นหัวชาร์จแบบ CHAdeMO และ Audi e-tron ซึ่งเป็นหัวชาร์จแบบ CCS2 ทั้งในส่วนของระบบป้องกันความปลอดภัย ความเร็วในการชาร์จ ประสิทธิภาพในการชาร์จ ความต่อเนื่องและความทนทานในการใช้งาน รวมถึงระบบปฏิบัติการด้านซอฟต์แวร์ต่าง ๆ พบว่า การชาร์จไฟจาก Supernova เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อระบบของรถยนต์ไฟฟ้า

Supernova เป็นเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรงที่เหมาะกับการติดตั้งภายในแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน ผู้ประกอบการรถเช่า และสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อรองรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มาใช้บริการอย่างน้อง 30 นาที-1 ชั่วโมง
เนื่องจาก Supernova ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด ทันสมัยและกลมกลืนกับการตกแต่งของแต่ละสถานที่ ติดตั้งง่าย ค่าบำรุงรักษาต่ำ มีระบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ ง่ายต่อการบริหารจัดการเครื่องชาร์จและช่วยประหยัดพลังงานสูง ในอนาคตหากผู้ประกอบการต้องการเพิ่มกำลังไฟฟ้าเป็น 130 กิโลวัตต์ สามารถดำเนินการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องอัดประจุไฟฟ้าใหม่


วันที่ 29 มิ.ย. 2565 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยยังอยู่ในการควบคุมได้ แม้แนวโน้มผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยกำลังรักษา จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล
และจังหวัดใหญ่ทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอำเภอเมือง ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิด และเริ่มมีสัญญาณพบผู้ป่วยอาการหนักเพิ่มขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง แต่ยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์
ดังนั้น จึงต้องเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรง คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้มีโรคประจำตัว รวมทั้งพิจารณาใช้ยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (LAAB) ในกลุ่มเสี่ยงที่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เพียงพอจากการฉีดวัคซีน สำหรับผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่มีประวัติการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว ให้จังหวัดติดตามข้อมูลและเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาภูมิคุ้มกันตามแนวทางที่กำหนด เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตและค้นหาปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต



Notice: Undefined variable: device in /var/www/curadio.chula.ac.th/v2022/crp_footer.php on line 166

(Live) รายการเจาะข่าวเช้านี้ (ช่วงวิเคราะห์เจาะลึก)