สรุปข่าวประจำวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565

- ข่าวต้นชั่วโมง


นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เห็นว่า เศรษฐกิจในภาพรวมมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแล ดังนี้

-ปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและฐานะของ สง.

-ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ยังได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ด้วยมาตรการที่เฉพาะเจาะจง ทั้งการผลักดันผ่านมาตรการที่ยังมีผลอยู่ ประกอบด้วย การปรับโครงสร้างหนี้เดิม การเติมเงินใหม่ให้กับภาคธุรกิจ รวมถึงมีมาตรการใหม่เพิ่มเติมเพื่อดูแลลูกหนี้รายย่อยที่ยังเปราะบาง

-ปรับปรุงโปรแกรมการจ่ายหนี้ของโครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งจะทำการเพิ่มทางเลือกในการผ่อนชำระ เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้ที่ยังมีกำลังในการชำระหนี้สามารถจบหนี้ได้เร็วขึ้น



นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมร่วมกับ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หารือแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่าง ททท. กับ กรุงเทพมหานคร

โดยมี ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และประธานที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ กทม. ผู้บริหารสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล สำนักงานการต่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร วันนี้จึงได้เชิญทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาหารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันการดำเนินงาน ทั้งนี้กรุงเทพมหานครไม่เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก ดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะเข้าใจตลาดและวิธีปฏิบัติมากกว่า
เรื่องแรกดูนโยบาย 216 นโยบายที่สอดคล้องกับนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีหลายเรื่องที่สอดคล้องกัน เช่น การทำอัตลักษณ์ของย่าน 50 อัตลักษณ์ เพื่อหาคุณค่าทางวัฒนธรรม การทำ 12 เทศกาล ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีเทศกาลอยู่แล้วหลายเทศกาล กรุงเทพมหานครได้เสนอ 12 เทศกาล คณะทำงานจะมีการหารือในรายละเอียดใน 1 เดือนอาจมีมากกว่า 1 เทศกาลก็ได้
โดยเป็นเทศกาลที่น่าสนใจ เช่น เทศกาลแข่งเรือยาว เทศกาลดอกไม้ เทศกาลหนังกลางแปลง เทศกาลงานคราฟต์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีการจัดงานหลายอย่าง เช่น งานวิ่ง อะเมซิ่งไทยแลนด์ เป็นส่วนที่จะช่วยเหลือสนับสนุนกัน และมีหลายโครงการที่ทำเป็นรูปธรรมได้ เช่น การผลักดันการท่องเที่ยวในคลองย้อนไปในบรรยากาศเวนิสตะวันออก โดยเลือกคลองที่เหมาะสมแล้วพัฒนาไป อาจขยายจากที่รัฐบาลหรือผู้ว่าฯ อัศวิน ได้ทำไว้ เส้นทางคลองแสนแสบหรือฝั่งธนฯ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวและเสริมสร้างอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังกล่าวอีกด้วยว่า เอาซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) ที่เรามี เสน่ห์เรื่องอาหาร ความมีน้ำใจ ความอยากมาเที่ยวเมืองไทย ประสานกับการวางแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เชื่อว่ากรุงเทพฯ จะกลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก โดยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ช่วยสร้างรายได้ เป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องเร่งดำเนินการ




เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายสุเทพ อู่อ้น ประธานคณะ กมธ.การแรงงานและคณะ รับยื่นหนังสือจาก พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร ตัวแทนสมาพันธ์แพทย์ผู้ปฏิบัติงาน และคณะเพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมเรื่องชั่วโมงการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องมาจากปัจจุบันบุคลากรแพทย์ที่ทำงานกับรัฐบาลจำนวนมากต้องอยู่เวรนอกเวลา และดูแลผู้ป่วยนอกเวลาราชการ เมื่อรวมแล้วมีจำนวนชั่วโมงสูงกว่ามาตรฐานในกฎหมายแรงงานทั่วไป
พญ.ชุตินาถ กล่าวว่า อ้างอิงจากการสำรวจในปี 62 เรื่อง “ภาระงานและภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขและผลกระทบต่อผู้ป่วย” โดย รศ.นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ที่มีแพทย์ร่วมตอบแบบสอบถามมากถึง 1,105 คน พบว่าแพทย์กว่าร้อยละ 60 ทำงานเกิน 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แพทย์กว่าร้อยละ 30 ทำงานเกิน 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แพทย์หลายคนต้องทำงานดูแลผู้ป่วยติดต่อกันนานกว่า 40 ชั่วโมง
โดยไม่มีเวลาพักผ่อน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยวิกฤติ รวมถึงส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของแพทย์โดยตรง หลายคนลาออกเนื่องจากไม่สามารถฝืนทำงานภายใต้แรงกดดันด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแรงได้ ถึงแม้จะมีค่าตอบแทนเป็นค่าเวร แต่แพทย์ส่วนมากไม่สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่เวรหรือไม่ เนื่องจากหลายโรงพยาบาลมีตำแหน่งแพทย์ไม่เพียงพอ

พญ.ชุตินาถ กล่าวต่อว่า ปัญหาการทำงานดังกล่าวนี้ แม้ในอดีตจะเคยมีการทำข้อเสนอเพื่อควบคุมชั่วโมงเวลาการทำงานของแพทย์และมีการหารือหลายครั้งเพื่อพยายามแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่เคยมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือมีการกำหนดเป็นกฎหมายควบคุมการทำงานแต่อย่างใด
ดังนั้นสมาพันธ์แพทย์ผู้ปฏิบัติงาน จึงขอร้องเรียนให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ได้มีเวลาพักอย่างน้อย 8 ชั่วโมง หลังจากออกเวรดึก คือเวลา 00.00-08.00 น. และหลังจากทำงานติดต่อกัน 24 ชั่วโมง รวมทั้งขอชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมในการปฏิบัติงานในวันต่อไป และลดโอกาสความผิดพลาดในการปฏิบัติงานที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย รวมถึงเพื่อรักษาสุขภาพของบุคลากรเองด้วย



สถานการณ์โรคโควิด-19 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในบางจังหวัด แต่ไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน และระบบสาธารณสุขมีการเตรียมความพร้อมสามารถรองรับผู้ป่วยได้ ทั้งเตียง แพทย์ ยา และเวชภัณฑ์ พร้อมย้ำว่า ประชาชนอย่าตื่นตระหนก รักษาสุขภาพให้แข็งแรง และปฏิบัติตามมาตรการ 2U คือ Universal Prevention การป้องกันการติดโรค การเว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด หากพบมีอาการน่าสงสัยควรตรวจหาเชื้อ และ Universal Vaccination ขอความร่วมมือให้มารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 เป็นพื้นฐาน และฉีดเข็มกระตุ้นต่อไปทุก 4 เดือน เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้ กลุ่ม 608 ขอให้หลีกเลี่ยงการร่วมกิจกรรมที่มีคนรวมกลุ่มจำนวนมาก หลีกเลี่ยงโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท และเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนสถานประกอบการต่างๆ ยังขอให้ปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting



นายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานสหพันธ์รถเมล์ กทม. และ ปริมณฑล เปิดเผยว่า ได้มายื่นหนังสือต่อนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง เพื่อขอให้พิจารณาปรับค่าโดยสารรถเมล์และรถสองแถว หมวด 4 กทม.
และปริมณฑล เพิ่มอีก 2 บาท จากเดิมค่าโดยสารรถสองแถว จาก 8 บาท เป็น 10 บาท ส่วนรถเมล์ขอปรับค่าโดยสารจาก 10 บาท เป็น 12 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป
สำหรับสาเหตุที่ต้องมาขอให้ภาครัฐช่วยเหลือเนื่องจากเมื่อมีสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด คนใช้บริการลดลงทำให้ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนน้ำมันดีเซล และก๊าซที่ปรับสูงขึ้นได้ โดยปัจจุบันมีรายได้ลดลงกว่า 40%
ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า จากที่คณะกรรมการขนส่งทางบกกลางได้มีมติอนุมัติให้ผู้ประกอบการรถร่วมโดยสาร บริษัท ขนส่ง จำกัด ปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มอีก 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร และให้มีผลตั้งแต่ 4 ก.ค.เป็นต้นไปนั้น จากเดิมทางผู้ประกอบการเสนอขอปรับราคา 10 สตางค์ต่อกิโลเมตร
ซึ่งการปรับราคาดังกล่าวกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบกได้มีการพิจารณาจากต้นทุนตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หากราคาน้ำมันมีการปรับลด ขึ้นลง ตามเกณฑ์ที่ต้องปรับ ก็มีปรับลดหรือเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ จะมีการประเมินอีกครั้งภายใน 3 เดือน ว่าจะต้องมีการปรับขึ้น หรือลงตามสถานการณ์
“เข้าใจหัวอกของผู้ประกอบการที่มาขอปรับอัตราค่าโดยสาร เพราะหากไม่เดือดร้อนจริงๆ ก็คงไม่มายื่นหนังสือเพื่อให้หาทางช่วยเหลือ เพราะคงไม่มีใครต้องยอมทนแบกรับภาระต้นทุนไว้และทำกิจการไปต่อได้ เบื้องต้นได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการรถร่วมโดยสาร บขส.ว่า มีความพอใจที่ให้ปรับค่าโดยสารได้ ซึ่งกระทรวงคมนาคมพิจารณาจากความจำเป็น และต้นทุนที่ผู้ประกอบการแบกรับเป็นหลัก”



ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีโจโก วิโดโดของอินโดนีเซียในฐานะประธานกลุ่มจี-20 ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนกรุงเคียฟ ขานรับคำเชิญจากนายวิโดโดเรื่องการเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มจี-20 ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซียระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายนนี้ แต่ตั้งเงื่อนไขว่าการเข้าร่วมประชุมของยูเครนจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในยูเครน ทั้งจะต้องพิจารณาก่อนว่า มีใครไปร่วมประชุมบ้าง

นายเซเลนสกี ชื่นชมการมาเยือนยูเครนของนายวิโดโดว่า มีส่วนสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์การสู้รบในยูเครน ระบุว่าการพูดคุยกันในวันนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับบรรดาพันธมิตรที่ต่อต้านสงครามทั่วโลก เพื่อให้ทุกประเทศกลับมาเข้มแข็ง และมีเสถียรภาพทั่วโลก พร้อมแสดงความมั่นใจว่ายูเครนจะสามารถปกป้องเสรีภาพและเอกราชของประเทศให้รอดพ้นจากยึดครองของรัสเซีย

ด้านนายวิโดโด กล่าวว่า เขาจะนำสาส์นแห่งสันติภาพจากนายเซเลนสกีไปบอกกีบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเพื่อทราบในช่วงที่เขาพบปะกับนายปูตินที่กรุงมอสโกในวันนี้ พร้อมทั้งพูดเรื่องความสำคัญของยูเครนในด้านการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลก ระบุว่าทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้ยูเครนสามารถกลับมาส่งส่ออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลกอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ นายวิโดโด แถลงในเดือนเมษายนว่า นายปูตินตอบรับคำเชิญจากอินโดนีเซียจะเดินทางมาร่วมประชุมกลุ่มจี-20 ที่เกาะบาหลี ขณะที่ทำเนียบขาวของสหรัฐฯได้สื่อสารเป็นการส่วนตัวกับอินโดนีเซีย ขอให้เลี่ยงการเชิญนายปูตินมาร่วมประชุมครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีคลังจากหลายประเทศเดินออกจากห้องประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ของกลุ่มจี-20 ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ในเดือนเมษายน หลงคณะผู้แทนจากรัสเซียเริ่มปราศรัยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากรัสเซีย


Notice: Undefined variable: device in /var/www/curadio.chula.ac.th/v2022/crp_footer.php on line 166

(Live) รายการเปิดโลกสื่อสาร