สตรีเชื้อสายอินเดียที่ไว้หนวดเครา : กรณี หัรนาม กอร์ และ ไชจา

- รายการปกิณกะอินเดีย

รับฟังเสียง


สตรีเชื้อสายอินเดียที่ไว้หนวดเครา : กรณี หัรนาม กอร์ และ ไชจา

เพลง Ae Watan
เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Raazi ฉายในปี ค.ศ. 2018 ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย เมฆนา กุลซาร์ (Meghna Gulzar) ดารานำคืออาเลีย ภัตต์ (Alia Bhatt) และวิกกี้ เกาศัล (Vicky Kaushal) เพลงนี้ขับร้องโดยสุนิธิ จอฮาน (Sunidhi Chauhan)

เพลงนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของรายการในวันนี้ แต่ที่เปิดเพราะผมชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มาก และชอบการแสดงของอาเลีย ภัตต์ ในเรื่องนี้มากกว่าที่เธอแสดงในภาพยนตร์ Gangubai Kathiawadi

แปลเนื้อหาเพลงส่วนที่เปิดไป
Ae watan, watan mere, aabaad rahe tu
ประเทศของฉันขอให้เธออยู่ตลอดไป

Main jahan rahoon, jahaan main yaad rahe tu
ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหนขอให้เธออยู่ในความทรงจำของฉัน

Tu hi meri manzil hai, pehchan tujhi se
เธอคือจุดหมายปลายทางของฉัน ตัวตนของฉันก็มาจากเธอเท่านั้น

Pahunchu main jahaan bhi meri buniyad rahe tu
ทุกที่ที่ฉันไป ขอให้คุณยังคงเป็นรากฐานของฉัน

สตรีเชื้อสายอินเดีย 2 คน
วันนี้เราจะมาพูดถึงสตรีเชื้อสายอินเดีย 2 คน ที่ใช้คำว่า “เชื้อสายอินเดีย” เพราะ คนแรก คือชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย ชื่อ หัรนาม กอร์ (Harnaam Kaur) คนที่สอง มีชื่อว่า ไชจา (Shyja) ไม่ใช้นามสกุล ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก พบเจอในหลายส่วนของอินเดียอยู่เนืองๆ
หัรนาม กอร์ (Harnaam Kaur)
นามสกุลของเธอสะกดด้วย K, A, U, และ R หลายคนคงเดาออกแล้วว่าเธอคือสตรีชาวซิกข์ สตรีท่านนี้เกิดและเติบโตที่อังกฤษ

ร่างกายเธอมีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ หรือ Polycystic Ovarian Syndrome เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย คือมีการผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน (หรือที่เรียกว่าฮอร์โมนเพศชาย) สูงกว่าปกติ

เว็บไซต์แห่งหนึ่งระบุว่า “เมื่อตรวจอัลตราซาวนด์ดู มักจะพบว่ามีถุงน้ำเล็ก ๆ หลายใบในรังไข่ โดยร่างกายเริ่มแสดงอาการเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ซึ่งนอกจากทำให้สาว ๆ มีหนวดและขนดกมากกว่าคนอื่นแล้ว ยังทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรืออาจไม่มาเลยก็ได้ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ใบหน้ามีสิว ผิวมัน อ้วน และมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้ง่าย”

ช่วงวัยรุ่นเธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในการกำจัดขนตามร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกล้อเลียนจากผู้คน ในที่สุดก็รู้สึกไม่ดีอยู่พักใหญ่ เคยคิดที่จะทำร้ายตัวเองด้วย เมื่ออายุ 16 ปี เธอตัดสินใจที่จะโอบกอดยอมรับในความเป็นจริง และในภายหลังรู้สึกภูมิใจกับภาวะธรรมชาติแห่งความเป็นจริง

ความภูมิใจหรือการรักตัวเองของคุณหัรนาม กอร์ ทำให้ชีวิตของเธอเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก และเธอก็ได้ใช้โอกาสนี้แบ่งปันเรื่องการมองชีวิตในเชิงบวกกับคนทั้งโลก

เธอไปบรรยายมาหลายแห่ง สารัตถะสำคัญของการบรรยายโดยเธอหรือกิจกรรมที่มีเธอเกี่ยวข้องโดยตรงก็จะเกี่ยวกับ "body positive" การยอมรับขนบนใบหน้าของเธอเป็นส่วนสำคัญในการที่เธอได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองเมื่อเผชิญกับการถูกรังแก พร้อมกันนี้เนื้อหาจำนวนมากก็ถามถ้าการกำหนดความสวยแบบกระแสหลักด้วย

เธอเริ่มมีขนบนใบหน้าตอนเธออายุ 11 ขวบ เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแห่งหนึ่งว่า “ตลอดช่วงเวลาโรงเรียนมัธยม ดิฉันถูกรังแก บอกได้เลยว่า ทังโรงเรียนเลยก็ว่าได้ ... มันแย่มากจริง ๆ ฉันเกลียดที่จะตื่นนอน”

เธอได้รับ Guinness World Record เป็นหญิงอายุน้อยที่สุดที่มีเครายาว 6 นิ้ว ขณะนี้เธอมีผู้ติดตามทางสื่อสังคมออนไลน์มากถึง 190,000 คน

เดือนมีนาคม 2016 เธอกลายเป็นผู้หญิงมีเคราคนแรกที่เดินบนรันเวย์ที่งาน London Fashion Week
ไชจา (Shyja)
วัย 35 ปี เธออาศัยอยู่ในเขตกันนูร์ (Kannur) มลรัฐเกรฬะ (Kerala) ใน status ของ WhatsApp เธอ เขียนว่า “ฉันรักหนวดของฉัน"

กรณีของไชจาจะแตกต่างจากหัรนาม กอร์ คือ ไชจาไม่ได้มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือภาวะอื่นใดทางร่างกาย กรณีของShyja จะคล้ายกับผู้หญิงหลายคน คือมีเธอมีขนบนใบหน้าอยู่เหนือริมฝีปาก แต่เธอไม่ขจัดขนส่วนนี้ออก

ในขณะที่เธอกันคิ้วของตนอยู่สม่ำเสมอ แต่เธอบอกว่าไม่เคยรู้สึกว่าจำเป็นต้องกำจัดขนเหนือริมฝีปากบนของเธอ และเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ขนเหนือริมฝีปากบนของเธอก็เริ่มหนามากขึ้น เธอบอกว่าเธอรู้สึกยินดีกับมัน และต้องการเลี้ยงหนวดของเธอต่อไป

เธอกล่าวด้วยว่า “... ตอนนี้นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากมันได้อย่างไร” เธอกล่าวอีกว่า “ฉันไม่เคยรู้สึกว่าฉันไม่สวยเพราะฉันมีสิ่งนี้หรือสิ่งนั้นที่ฉันไม่ควรมี”

สำหรับไชจาการมีหนวดคือความพึงพอใจส่วนตน ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่าด้วยจุดยืนทางการเมืองใด ๆ หนวดคือส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้อย่างเจ็บแสบว่า “ฉันแค่ทำในสิ่งที่ฉันชอบ ถ้าฉันมีสองชีวิต บางทีฉันอาจจะมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น”

สิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจในการไว้หนวดคือ เธอเคยต้องเข้าโรงพยาบาลมาหลายครั้ง เคยต้องผ่าตัดด้วย เธอบอกว่าการที่เธอต้องเข้าโรงพยาบาลทำให้เธอคิดได้ว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ดังที่เธอต้องการ

ไชจาแต่งงานแล้ว และย้ายไปอยู่ที่มลรัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu) ที่อยู่ใกล้กับมลรัฐเกรฬะ เธอบอกว่าเธอรู้สึกสนุกกับการค้นพบเสรีภาพรูปแบบใหม่ ๆ ในทมิฬนาฑู

ไชจาให้สัมภาษณ์ด้วยว่า “สามีของฉันไปทำงานและกลับดึก ดังนั้นฉันจะนั่งข้างนอกบ้านในตอนเย็น บางครั้งฉันจะเดินไปร้านคนเดียวในตอนกลางคืนถ้าฉันต้องการอะไรซักอย่าง ก็ไม่มีใครสนใจ ในขณะที่ฉันเรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง มันสร้างความมั่นใจให้ฉัน”

ไชจาเสริมด้วยว่าเธอกำลังพยายามถ่ายทอดทัศนคตินี้ให้กับลูกสาววัยรุ่นของเธอด้วย ครอบครัวและเพื่อน ๆ ของไชจาสนับสนุนการไว้หนวดของเธอ ลูกสาวมักจะบอกแม่ด้วยว่าหนวดดูดี

กรณีไชจามีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกับหัรนาม กอร์ คือมีคนล้อเลียนหรือรังแกทางวาจา ไชจาบอกในทำนองว่า นี่มันเรื่องของเธอ จะมาบอกให้โกนหรือใช้วิธีใดขจัดเพื่ออะไร ก็ในเมื่อเธอชอบ เธอจะขจัดเพื่ออะไรเล่า
สารัตถะในตอนนี้มีนัยสำคัญ 2 ประการ
1. สตรีอินเดียที่เรามักจะเข้าใจว่าไม่มีปากเสียง ก็คงไปเหมารวมทั้งหมดไม่ได้ สังเกตดูหลายเรื่องหลายประเด็นด้วยว่าผู้หญิงอินเดียมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2. เราต้องเคารพความหลากหลาย ตัวเราไม่ชอบ เราก็ไม่ต้องไว้ แต่เราไม่ชอบ หาใช่เป็นใบอนุญาตให้เราไปรังเกียจเดียดฉันท์ผู้อื่นไม่
________________
รายการปกิณกะอินเดีย
สุรัตน์ โหราชัยกุล และ ณัฐ วัชรคิรินทร์ ศูนย์อินเดียศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


Notice: Undefined variable: device in /var/www/curadio.chula.ac.th/v2022/crp_footer.php on line 166

(Live) ข่าวต้นชั่วโมง