หลากประเด็นการเมืองเรื่องเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 : คนละเรื่องเดียวกัน
614 views
0
0

[1] การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 จะมีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจอย่างสงบเรียบร้อยในวิถีประชาธิปไตยหรือไม่
[2] "เลี่ยงภาษี" ทำให้คะแนนนิยมประธานาธิบดีทรัมป์ตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่ (นาทีที่ 14.30)
[3] การแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐในช่วงเลือกตั้งกระทบต่อการเมืองและสังคมอย่างไร (นาทีที่ 27.45)
[4] ทำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้าย (นาทีที่ 58)
[5] ทำไมประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เรียนรู้บทเรียนความเป็นผู้นำยามวิกฤตจากอดีตประธานาธิบดีลินคอล์น ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ (นาทีที่ 67.20)

[1] การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 จะมีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจอย่างสงบเรียบร้อยในวิถีประชาธิปไตยหรือไม่

• การเลือกตั้งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงที่จะเลือกผู้นำด้วยน้ำมือตัวเอง และเป็นการเปลี่ยนถ่ายอำนาจฝ่ายบริหารในระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ฝ่ายที่พ่ายแพ้ต้องยอมรับผลเพื่อให้ระบอบเดินหน้าต่อไปได้

• แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศออกมาแล้ว ถ้าแพ้จะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าอาจมีการโกงการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการให้มีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ คำกล่าวหานี้เป็นจริงมากน้อยแค่ไหน? แล้วการออกมาพูดอย่างนี้ของประธานาธิบดีทรัมป์กำลังทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นและคลางแคลงใจในระบบการเลือกตั้งของสหรัฐได้

• โดยปกติ ผลการเลือกตั้งมักทราบในคืนวันถัดมาของสหรัฐ แต่การเลือกตั้งปี 2000 ไม่สามารถรู้ผลได้ เพราะผลคะแนนจากรัฐฟลอริดาออกมาสูสีกันมาก ที่สำคัญยังเป็นรัฐตัดสินด้วยว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีระหว่าง อัล กอร์ กับ จอร์จ บุช ในครั้งนั้นจะได้เห็นสปิริตของนักการเมืองที่ชื่อ อัล กอร์

US Election 2020 | ภาพ: https://thestatetimes.com/
[2] "เลี่ยงภาษี" ทำให้คะแนนนิยมประธานาธิบดีทรัมป์ตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่ (นาทีที่ 14.30)

• การเลี่ยงภาษีเป็นคดีใหญ่ (คดีอาญา) มีโทษหนักกว่าคดีของนักการเมือง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ผิดจริง มีสิทธิ์ติดคุก เพราะถือว่าเป็นการโกงแผ่นดิน
• การเลี่ยงภาษีจะกลายเป็นประเด็นที่เล่นงานประธานาธิบดีทรัมป์ได้หรือไม่ ทำไมทรัมป์ถึงไม่เสียภาษี
• เหตุที่ประธานาธิบดีทรัมป์กลัวแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพราะมีคดีที่รอสะสางอยู่เยอะมาก จะแพ้ไม่ได้ เพราะโอกาสติดคุกมีสูงมาก

[3] การแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดในช่วงเลือกตั้งกระทบต่อการเมืองและสังคมสหรัฐอย่างไร (นาทีที่ 27.45)

• รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก (Ruth Bader Ginsburg) ผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐเสียชีวิต (เธอมีบทบาทสำคัญในสิทธิพลเมือง สิทธิมนุษยชน) แม้จะต้องมีการแต่งตั้งคนใหม่ แต่เป็นที่รู้กันว่าปีที่มีการเลือกตั้ง ไม่ควรมีการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุด (ขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือน) แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สนใจ และได้เสนอชื่อแล้ว นั่นคือ เอมี โคนีย์ บาร์เรตต์ (Amy Coney Barrett) และคงผ่านฉลุย

• ถ้าเอมี โคนีย์ บาร์เรตต์ ได้เป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุด จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยม (Conservative) ซึ่งกำลังต้องตัดสินคดีที่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่คนอเมริกัน นั่นคือ 1) หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ โอบามาแคร์ 2) Pro-choice สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิง

• ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ ประธานาธิบดีมีพันธะในการเลือกผู้พิพากษาศาลสูงสุดในตำแหน่งที่ว่างลง จากนั้นสภาสูง (วุฒิสภา) จะเป็นผู้พิจารณา เจตนารมณ์ที่ให้ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนเสนอชื่อ ก็เพราะระบบของสหรัฐต้องการให้ผู้พิพากษาศาลสูงสุดยึดโยงกับประชาชน

คดีที่รอศาลสูงสุดตัดสิน
1) สหรัฐเป็นประเทศพัฒนาที่ไม่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชาชน คนอเมริกันจำนวนมากจึงไม่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า บางส่วนต้องเสียชีวิตเพราะไม่มีเงินรักษา ต่อให้ได้รับการรักษาแต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็สูงมาก ในกรณีของโอบามาแคร์ หรือ ACA มีคนฟ้องว่าขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกฎหมายสหรัฐห้ามมีการบังคับให้คนซื้อขายสินค้า แต่อยู่ดีๆ กลับบังคับให้คนไปซื้อประกันสุขภาพ จึงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

2) ในประเด็น Pro-choice หรือสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิง ขณะที่รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ให้ความสำคัญกับสิทธิผู้หญิง (มีรายละเอียดทางกฎหมายเกี่ยวกับการยุติว่าต้องมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ไม่ใช่อยากทำแท้งก็ทำได้เลย) แต่เอมี โคนีย์ บาร์เรตต์ กลับไม่เห็นด้วยในเรื่อง Pro-choice

การดีเบตของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
การดีเบตไม่เคยจุดเปลี่ยนหรือจุดหักเหสำคัญที่ทำให้คนเปลี่ยนใจในการลงคะแนนเลือกตั้ง คนที่สนับสนุนใครก็มักสนับสนุนคนนั้น แต่ข้อดีของการดีเบตคือ เป็นการให้สัญญาประชาคมและแสดงจุดยืนของผู้สมัคร น่าสนใจว่าจุดยืนเรื่องหลักประกันสุขภาพของทรัมป์และไบเดนจะเป็นอย่างไร (ประธานาธิบดีทรัมป์เคยพูดว่าอยากยกเลิกและจะหาใหม่ แต่ผ่านไปสี่ปีก็ยังไม่มีอะไรมาแทน)

[4] ทำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้าย (นาทีที่ 58)

• ย้อนกลับไปการเลือกตั้งปี 2016 ตอนนั้นโพลล์เกือบทุกสำนักทำนายว่าฮิลลารี คลินตันชนะแน่ แต่มีนักวิชาการคนหนึ่งทำนายว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะชนะ และหลังจากได้เป็นประธานาธิบดีก็จะถูก impeachment ซึ่งในเวลาต่อมาก็เป็นไปตามการคาดการณ์นั้น นักวิชาการคนนั้นคือ Allan Lichtman (ต้องบอกว่าเขาทำนายผลการเลือกตั้งถูกมาตั้งแต่ปี 1984)

• การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 Allan Lichtman ทำนายว่า โจ ไบเดนจะชนะ อะไรคือโอกาสของไบเดน แล้วทรัมป์มีโอกาสกลับมาแค่ไหน

• มีปัจจัยสำคัญ 13 ข้อที่ Allan Lichtman ใช้นำมาพิจารณา >> 7 ปัจจัยที่ทำให้ไบเดนชนะ และ 6 ปัจจัยที่ทำให้ทรัมป์ชนะ

• เศรษฐกิจของสหรัฐสามารถทำนายผู้ชนะการเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะถ้าหากว่าเศรษฐกิจในระหว่างที่ประธานาธิบดีที่อยู่ในตำแหน่งไม่มีปัญหา ก็มักจะได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีต่อสมัยที่สอง

Allan Lichtman | ภาพ: https://time.com/
[5] ทำไมประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เรียนรู้บทเรียนความเป็นผู้นำยามวิกฤตจากอดีตประธานาธิบดีลินคอล์น ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ (นาทีที่ 67.20)

อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln)
อดีตประธานาธิบดีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นประธานาธิบดีที่ดีที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ท่านดำรงตำแหน่งอยู่ในช่วงวิกฤตการณ์สงครามกลางเมือง ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายเหนือ-ฝ่ายใต้ที่ต้องการเลิกทาสกับไม่ต้องการเลิกทาส มีคนบาดเจ็บล้มตายประมาณเจ็ดแสนคน

ปี 1864 มีการเลือกตั้ง ภายในพรรครีพับลิกันประเมินว่าลินคอล์นต้องแพ้การเลือกตั้งแน่ มีคนเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้ง ปรากฏว่าลินคอล์นไม่ยอมแม้รู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่เขาจะพ่ายแพ้ให้กับพรรคคู่แข่ง

รักษาประเทศสำคัญมากกว่ารักษาตำแหน่งฝ่ายบริหาร
ลินคอล์นเขียนจดหมายถึงคณะรัฐมนตรีว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่เราจะไม่ชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าที่ต้องร่วมมือกับประธานาธิบดีคนต่อไป เพื่อรักษาประเทศของเรา

ลินคอล์นบอกว่าสงครามครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศและรัฐธรรมนูญของประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องพรรคหนึ่งพรรคใด แต่เป็นเรื่องการต่อสู้ให้ประเทศมีเสรีภาพในการเลิกทาส ดังนั้นชัยชนะในการเลือกตั้งจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเขา แต่อนาคตของประเทศชาติต่างหากที่สำคัญ และอยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ

ครั้งหนึ่งทหารฝ่ายเหนืออยากให้ลินคอล์นเจรจายุติสงครามกลางเมืองกับอีกฝ่าย เพราะคนล้มตายเป็นเบือ แต่ลินคอล์นบอกทหารเหล่านั้นว่า เขาเป็นประธานาธิบดีเพียงชั่วคราว แต่เขาต้องการรักษาประเทศให้ปลอดจากการมีทาสตลอดไป

กลายเป็นว่าคนอเมริกันเห็นความซื่อตรงของเขาที่มองประโยชน์ของประเทศชาติมาก่อนตัวเอง ผลปรากฏว่าลินคอล์นชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง ก่อนถูกลอบสังหารในเวลาต่อมา

ถ้าเพียงแต่...
ถ้าเพียงแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เรียนรู้จากอดีตผู้นำในยามประเทศเกิดวิกฤตมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าเพียงแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่หมกมุ่นแต่รักษาอำนาจ แต่รักษาประชาธิปไตย เพื่ออนาคตของประเทศ ถ้าเพียงแต่ประธานาธิบดีทรัมป์คิดถึงข้อนี้ ย่อมมีโอกาสได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่สอง เพราะคนที่เป็นประธานาธิบดีอยู่เดิมนั้นได้เปรียบมากกว่าอยู่แล้ว

Abraham Lincoln | ภาพ: https://time.com/

รายการรัฐศาสตร์สู่สังคม
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู และ ผศ.ดร.ปราณี ทิพย์รัตน์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายการรัฐศาสตร์สู่สังคม