Opera “Suor Angelica”
126 views
0
0
"อุปรากรเรื่อง Suor Angelica เป็นอุปรากรองก์เดียวของ ปุชชินี (Giacomo Puccini) เนื้อเรื่องเป็นอุปรากรโศกนาฏกรรม ออกแนวปาฏิหาริย์ เขียนบทอุปรากรโดย Giovacchino Forzano ออกแสดงครั้งแรกที่โรงอุปรากร Metropolitan นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1918"

เนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องราวของแม่ชี Angelica ซึ่งเดิมเป็นหญิงสาวจากตระกูลสูงศักดิ์ พ่อแม่เป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง และเสียชีวิตไปนานแล้ว ทิ้งลูกๆ คือเธอและน้องสาวไว้ในความดูแลของเจ้าป้า ต่อมา Angelica ไปมีความรักต้องห้ามและมีลูกกับชายคนรักด้วย เมื่อคลอดบุตรออกมาแล้ว เธอจึงถูกลงโทษให้ไปบวชชีและไปอยู่สำนักชี เพื่อให้สำนึกผิด

เรื่องราวของอุปรากรเริ่มขึ้น หลังจากที่ Angelica คลอดบุตรและจากครอบครัวมาอยู่สำนักชีได้ 7 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลานั้น เธอคิดถึงลูกชายมาก และไม่ได้รับข่าวสารใดๆจาก ทางบ้านเลย ครอบครัวดูเหมือนจะตัดขาดเธอไปเสียแล้ว

ฉากแรกของอุปรากรเริ่มขึ้นในโบสถ์ ขณะที่เหล่าแม่ชีและคณะนักร้องกำลังขับร้องเพลงศักดิ์สิทธิ์ สรรเสริญองค์พระแม่มารี จากนั้นแม่ชี Genevieffa เล่าให้เหล่าแม่ชีฟังว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันเดียวในช่วงเวลาเพียง 3 วันเท่านั้นในรอบปี ที่ดวงอาทิตย์อัสดงจะสาดแสงลงมาตกต้องน้ำพุที่ลานวัด ได้เหลี่ยมมุมพอดี ทำให้น้ำพุทอแสงเป็นประกายสีทองงดงาม ชวนให้ระลึกถึง แม่ชี Bianca Rosa ที่ถึงแก่กรรมไป แล้วก็ชวนกันนำน้ำพุสีทองไปรดที่หลุมศพของแม่ชีผู้จากไป

จากนั้นเหล่าแม่ชีก็จับกลุ่มพักผ่อนและสนทนากันว่าด้วยเรื่อง ‘ความหวัง ความใฝ่ฝัน และความต้องการ’ของชีวิต แม่ชีผู้ใหญ่องค์ที่เคร่งหน่อยก็มีความเห็นว่า ‘ความอยาก ความต้องการ’ ทางโลก เป็นสิ่งที่ ‘ผิด’ นับเป็นบาป แต่บางท่าน เช่น แม่ชี Genevieffa สารภาพว่าเธอมีความหวังลึกๆอยู่เสมอว่า อยากจะได้เห็นลูกแกะ ได้สัมผัสขนอันอ่อนนุ่มของมันอีกสักครั้ง เธอออกจะคิดถึงมัน เพราะตอนเด็กๆเธอต้องช่วยครอบครัวเลี้ยงแกะ ส่วนแม่ชี Dolcina บอกว่า เธอก็มีความอยากเหมือนกัน ยังพูดไม่ทันจะขาดคำ เพื่อนๆก็ล้อกันใหญ่ว่า แม่ชี Dolcina อยากกินของอร่อยๆเสมอ ทำเอาเธอโกรธและงอนไป

แล้วทั้งหมดก็หันไปถามแม่ชี Angelica ว่า แล้วเธอล่ะ มีความอยาก ความใฝ่ฝันอะไรในใจบ้าง แม่ชี Angelica ตอบเสียงแข็งว่า “ไม่มี” ซึ่งเพื่อนๆก็กระซิบกระซาบกันว่า Angelica โกหกคำโตแล้ว พวกรุ่นเด็กๆ ก็ถามกันใหญ่ว่า “ทำไม” แม่ชีที่อยู่มานานกว่าเล่าว่า “แม่ชี Angelica น่ะ อยากรู้ข่าวสารจากทางบ้านแทบตาย เธอมาอยู่ที่นี่ได้ตั้ง 7 ปีแล้ว ไม่มีข่าวสารจากทางบ้านสักคำ เธอทำท่าทางสงบไปงั้นแหล่ะ แต่ในใจน่ะร้อนรุ่มเทียว” แล้วยังกระซิบกระซาบต่อไปอีกว่า “แล้วอันที่จริง เธอมาจากตระกูลร่ำรวยด้วยนะ ข่าวว่าเป็นถึงเจ้าหญิงด้วยซ้ำ แต่ทำไมมาลงเอยเอาที่สำนักชีนี่ก็ไม่รู้”

บทสนทนากระซิบกระซาบถูกขัดจังหวะด้วยเสียงคุณแม่ชีพยาบาล เธอมาขอยาสมุนไพรถอนพิษตัวต่อ จากแม่ชี Angelica เพราะเธอนั้นมีฝีมือและมีสูตรสมุนไพรหลายอย่างทีเดียว จากนั้นก็มีแม่ชีสองคนที่ทำหน้าที่ซื้อของกินของใช้เข้าสำนัก กลับมาถึงสำนัก ข่าวนี้ทำให้แม่ชี Angelica ตื่นเต้นกระสับกระส่ายจนปิดไม่มิด ด้วยหวังว่าจะมีใครมาจากทางบ้าน แล้วไม่นานท่านแม่ชีอธิการก็ประกาศว่า เจ้าหญิงป้าของแม่ชี Angelica มาขอพบเธอ ทั้งที่ไม่เคยย่างกรายมาที่นี่เลย

เจ้าป้า เป็นหญิงสูงศักดิ์ที่สวยสง่ามาก พอๆกับที่ปั้นปึ่งเย็นชามาก เธอแจ้งว่า ที่เธออุตส่าห์มานี่ ก็เพราะว่าน้องสาวของ Angelica กำลังจะแต่งงานกับชายที่คู่ควรและถูกต้องตามครรลองประเพณี และเธอในฐานะที่เป็นผู้ดูแลหลานทั้งสองโดยสิทธิ์ขาด รวมทั้งเรื่องทรัพย์มรดกต่างๆของบิดามารดาหลานๆด้วย จึงนำเอกสารสละการเป็นทายาทรับมรดกของ Angelica มาให้เธอลงชื่อ

แม่ชี Angelica รู้สึกสะเทือนใจตั้งแต่สัมผัสความปั้นปึ่งเย็นชาของเจ้าป้าแต่แรกที่พบกันแล้ว แต่เธอก็ยินดีที่น้องสาวกำลังจะแต่งงานมีความสุข เธอบอกกับเจ้าป้าว่า เธอสำนึกในความผิดบาปแต่หนหลังและได้มอบกายถวายชีวิตแด่พระผู้เป็นเจ้าแล้ว แต่ยังมีความทรงจำเรื่องหนึ่งที่เธอไม่สามารถลบออกจากใจได้แม้แต่เพียงขณะจิตคือ ‘ลูกชาย’ ที่เธอมีโอกาสได้พบเพียงแวบเดียว และได้จูบเขาเพียงครั้งเดียวก่อนที่เขาจะถูกพรากจากเธอไป ขอให้ป้าช่วยเล่าเรื่องลูกชายให้ฟังด้วย เธอคิดถึงลูกมาก

เจ้าป้าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกว่า ลูกชายของเธอป่วยและเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน

แม่ชี Angelica แทบเป็นลมทั้งยืน เธองงงันไปหมด แล้วก็ลงชื่อในเอกสารอย่างเลื่อนลอย เมื่อหมดธุระ เจ้าป้าของเธอก็เดินออกจากห้องไปอย่างชาเย็น หันกลับมามองเธออีกแวบเดียวแล้วก็กลับไป ทิ้งให้ Angelica คร่ำครวญรำพันถึงลูกน้อยอยู่คนเดียว ท่ามกลางความมืดมิดแห่งราตรี

จากนั้น เธอก็แทบไม่รู้ตัวแล้ว แต่ก็ยังสามารถนำสมุนไพรมาผสมโอสถตามที่เธอเชี่ยวชาญได้ เธอทำสิ่งต่างๆไปอย่างเลื่อนๆลอยๆ ด้วยความสะเทือนใจอย่างยิ่ง แล้วเธอก็เห็นภาพนิมิต ‘เธอเห็นและได้ยินเสียงลูกชายเรียกเธอดังมาจากสวรรค์’ เธอดื่มโอสถสมุนไพรที่ ผสมขึ้นมาด้วยหวังจะจบชีวิต แต่เมื่อดื่มแล้วก็รุ่มร้อนใจเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า การฆ่าตัวตายเป็นบาปมหันต์ และจะทำให้เธอไม่ได้พบลูกชายตลอดไป

ขณะกำลังจะสิ้นใจ เธอได้แต่สวดมนต์อ้อนวอนให้แม่พระทรงยกโทษให้เธอ เสียงสวดมนต์ของเธอสอดประสานกับเสียงสวดของคณะนักร้องในสำนัก แล้วภาพนิมิตสุดท้ายที่ปรากฏแก่เธอคือ แม่พระทรงปรากฏพร้อมเด็กชายผมสีทองน่ารักในชุดขาว เขาวิ่งเข้ามาหาแล้วสวมกอดเธอไว้... ขณะที่ลมหายใจของเธอแผ่วลงทีละน้อย...ทีละน้อย....

ขอเชิญฟังเพลงไพเราะจากอุปรากร Suor Angelica ในคืนวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคมที่จะถึงนี้