30 ปีเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมิน | การเลือกตั้งสมาชิกสภาสหภาพยุโรป | จับตาการประชุม G20 | สุนทรพจน์ก้องโลกของอังเกลา แมร์เคิล | วิวาทะสื่อมวลชนจีน-สหรัฐ
1,514 views
0
0

30 ปีเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมิน รอยแผลในความทรงจำ ประวัติศาสตร์ที่จีนไม่อยากให้ซ้ำรอย
การเลือกตั้งสมาชิกสภาสหภาพยุโรป 2019 อนาคตอังกฤษและสหภาพยุโรป
จับตาการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ G20 เดิมพันสงครามการค้าจีน-สหรัฐ
สุนทรพจน์ก้องโลกของ อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กเยอรมนี
วิวาทะสื่อมวลชนจีน-สหรัฐ การพบปะของคู่ขัดแย้งทางการค้า

*30 ปีเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมิน: รอยแผลในความทรงจำ ประวัติศาสตร์ที่จีนไม่อยากให้ซ้ำรอย [นาที 1.30]
จุดเริ่มต้น ก่อนลุกลาม

ตอนแรกเป็นเพียงการรวมตัวของนักศึกษาที่ต้องการเรียกร้องรัฐบาลให้เชิดชูเกียรติผู้นำคนสำคัญ หูเย่าปัง ขวัญใจของประชาชนขณะนั้น แต่รัฐบาลจีนไม่ยอมทำตาม ก่อนขยายตัวสู่การเรียกร้องเสรีภาพ ประชาธิปไตย ปราบปรามคอร์รัปชัน และต่อต้านรัฐบาล

การรวมตัวเริ่มตั้งแต่กลางเดือนเมษายน เรื่อยมาจนถึงต้นเดือนมิถุนายน ตัวเลขของผู้ประท้วงน่าจะสูงถึงล้านคน รัฐบาลจีนเห็นว่าถ้าปล่อยไว้น่าจะเกิดปัญหา กระทั่งคืนวันที่ 3 ถึงวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1989 รัฐบาลจีนตัดสินใจใช้กำลังเข้าปราบปราม

ประวัติศาสตร์ในความทรงจำ

ระยะแรกสื่อจีนบอกตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่กี่ร้อยคน แต่นักการทูตที่สังเกตการณ์ (อ้างรายงานที่ได้รับความน่าเชื่อถือ) รายงานว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตน่าจะถึงหลายหมื่นถึงแสนคน

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่สามารถรู้จำนวนที่แน่ชัดและไม่มีวันรู้ เพราะรัฐบาลจีนไม่เคยเปิดเผยข้อมูลที่แน่ชัด

30 ปีผ่านไป ผู้คนยังคงพูดถึงเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน แต่การเข้าถึงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ส่วนนี้ แม้แต่คนจีนยังยากที่จะเข้าถึงและไม่มีทางเข้าถึง เพราะเหตุการณ์นี้ทำลายความชอบธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รัฐบาลจีนจึงต้องปิดกั้นข้อมูล เพื่อให้คนจีนรุ่นหลังลืมหน้าประวัติศาสตร์นี้โดยสิ้นเชิง

ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย (?)

มีคนถามเหมือนกันว่า เหตุการณ์เมื่อ 30 ปีที่แล้วจะเกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่

แน่นอนว่ารัฐบาลจีนย่อมไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ท้าทายอำนาจพรรคคอมมิวนิสต์จีนและนำไปสู่เหตุการณ์ซ้ำรอย
คำถามคือ ทำได้จริงไหม

30 ปีที่ผ่านมา แม้พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังควบคุมทุกอย่างอย่างเข้มงวด แต่สถานการณ์ของจีนเปลี่ยนไปมาก
1. การพัฒนาประเทศเรียกได้ว่าก้าวกระโดด ประชาชนกินดีอยู่ดี
2. สี จิ้นผิง ผู้นำคนปัจจุบันของจีนเดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชัน แม้ตัวเองจะกุมอำนาจเบ็ดเสร็จก็ตาม

ควบคุมแน่นหนา...บทเรียนจาก 1989

รัฐบาลจีนได้บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมินปี 1989 ถ้าปล่อยให้เกิดการเคลื่อนไหวแม้เพียงกลุ่มเล็กๆ แต่ถ้าไม่ทำอะไรก็สามารถขยายตัวเป็นกลุ่มใหญ่และยากต่อการจัดการในภายหลัง

ดังนั้นมาตรการควบคุมนักกิจกรรม นักศึกษา กลุ่มแรงงาน นักสิทธิมนุษยชน จึงมีการใช้เทคโนโลยีเข้าเฝ้าติดตามและตรวจสอบความเคลื่อนไหว หนึ่งในนั้นคือ กล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิดในประเทศจีนมีประมาณ 180 ล้านตัว อีกสองปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 2,000 ล้านตัว (คนจีนมี 1,400 ล้านคน) หากใครมีแนวโน้มเป็นภัยต่อระเบียบสังคม ก็ตามได้ ทำหน้าที่เหมือนหน่วยรักษาความมั่นคงอย่างทั่วถึง

เข้มงวด (จริง) จัง

ยุคประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จีนเข้มงวดมากเรื่องการเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็น

ตัวอย่างจากศาสตราจารย์ท่านหนึ่งในมหาวิทยาลัยซินหัว เขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรื่องการต่ออำนาจทางการเมืองโดยไม่จำกัดวาระ ปรากฏว่าศาสตราจารย์ท่านนี้ถูกสั่งระงับไม่ให้สอนหนังสือตลอดชีวิตและอยู่ระหว่างการสอบสวน

ภายหลังศาสตราจารย์ท่านนี้เสนอแนะว่า เสรีภาพทางวิชาการเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับจีนหากอยากเป็นประเทศผู้นำของโลก สำคัญมากที่ต้องสร้างให้เกิดความคิดที่เป็นอิสระ ประชาชนจะได้สำรวจมุมมองใหม่ที่ยังไม่รู้ เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการและความคิดเชิงสร้างสรรค์ ในหมู่ปัญญาชนจีนเองก็เริ่มมีกระแสความไม่พอใจ บางส่วนเริ่มมีความคิดขัดแย้งกับรัฐบาลจีน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะสี จิ้นผิง สั่งให้เข้ามาควบคุมและจัดการ

ตอบคำถามที่ว่า ประวัติศาสตร์ปี 1989 จะซ้ำรอยหรือไม่ ต้องบอกว่าโอกาสที่จะเกิดอีกครั้ง คงยาก เพราะประชาชนถูกควบคุมอย่างเข้มงวดแท้จริง

*การเลือกตั้งสมาชิกสภาสหภาพยุโรป 2019: อนาคตอังกฤษและสหภาพยุโรป [นาที 22]
European Election 2019

การเลือกตั้งสมาชิกสภาสหภาพยุโรป 28 ประเทศ เป็นการเลือกคนเข้าไปเป็นตัวแทนในสภายุโรป 751 คน ทำหน้าที่ตัดสินปัญหาและดำเนินนโยบายของสหภาพยุโรป

ตอนแรกคาดกันว่า อังกฤษจะต้องออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แต่ปรากฏว่าอังกฤษยังออกไม่สำเร็จ จึงยังอยู่และต้องเลือกสมาชิกสภาด้วย

Brexit ต้องเดินต่อ

กรณีของอังกฤษ สมาชิกสภาที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นตัวแทนสภาสหภาพยุโรป ผลปรากฏว่าฝ่ายที่ชนะคือฝ่ายที่ต้องการให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป เรื่องนี้เป็นผลผูกพันทำให้หลังจากนี้อังกฤษต้องเดินหน้าออกจากสหภาพยุโรปให้ได้

เมื่ออังกฤษออกจากสหภาพยุโรป ผู้แทนอังกฤษในสภาก็ต้องออกด้วยเช่นกัน

เปลี่ยนโฉมหน้าสหภาพยุโรป

การเลือกตั้ง 40 ปีที่ผ่านมาของสภาสหภาพยุโรป ปกติฝ่ายกลางๆ อย่าง Centre-left Centre-right คุมอำนาจอยู่ แต่ครั้งนี้มีฝ่ายอื่นได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น ฝ่ายกลางๆ ไม่ได้ครองเสียงข้างมากอีกต่อไป

เรื่องดี พรรค Green สนใจด้านสิ่งแวดล้อม ได้รับชัยชนะเกือบทุกประเทศ
เรื่องน่าห่วง พรรค Conservative ได้ที่นั่งมากขึ้น นั่นหมายความว่ามีแนวโน้มเอียงขวามากขึ้นและให้ความสนใจผลประโยชน์ของชาติมากขึ้น ต้องไม่ลืมว่าสหภาพยุโรปคือองค์กรความร่วมมือส่วนภูมิภาค จำเป็นต้องนึกถึงผลประโยชน์ของภูมิภาคมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศหนึ่งประเทศใด

คำถามที่ตามมาคือ สหภาพยุโรปจะยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวในการดำเนินนโยบายได้หรือไม่ ถ้าต่างฝ่ายต่างนึกถึงแต่ผลประโยชน์แห่งชาติของตัวเอง

*จับตาการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ G20: เดิมพันสงครามการค้าจีน-สหรัฐ [นาที 26]

G20
การประชุมสุดยอดผู้นำทางเศรษฐกิจ 19 ประเทศ + 1 กลุ่ม (สหภาพยุโรป)
วาระสำคัญคือการกำหนดทิศทางการเงินการคลังเศรษฐกิจของโลก

กลุ่มประเทศ G20 มี GDP รวมกันคิดเป็น 80% ของโลก
ถ้าหากกำหนดอะไรขึ้นมาย่อมมีน้ำหนัก แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เนื่องจากกลุ่มประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจมักมีความเห็นไม่ตรงกัน จึงยากที่จะเกิดข้อตกลงชัดเจน

G20 Japan 2019
ปี 2019 การประชุม G20 จัดขึ้นที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 28-29 มิถุนายน
เรื่องที่น่าจับตาคือ ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ

สิงคโปร์มาในฐานะผู้สังเกตการณ์
ประเทศไทยได้เข้าร่วมในฐานะประธานอาเซียน

ภาพ: https://g20.org
*สุนทรพจน์ก้องโลกของ อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กเยอรมนี [นาที 32]

อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงเยอรมนี กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประจำปี 2019

ประเด็นสำคัญ
-แม้จะเรียนจบแล้ว แต่อย่าหยุดยั้งการเรียนเพียงเท่านี้ ต้องทลายกำแพงแห่งความไม่รู้ลง ไม่เป็นคนจิตใจคับแคบ โลกนี้ไม่มีอะไรคงที่ ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา
-เราต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อประโยชน์ของโลก เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทุกคน
-ก่อนตัดสินใจทำอะไร ต้องถามตัวเองว่า คุณทำเพราะทำได้ หรือทำเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
-ต้องไม่ลืมว่าเสรีภาพไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่ายๆ

เตือนสติประธานาธิบดีทรัมป์โดยไม่เอ่ยชื่อ แต่คนที่ได้ฟังต่างรู้ดี

-เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่โดดเดี่ยว และอันตรายยิ่งกว่าเรื่องลัทธิชาตินิยมแบบหลับหูหลับตา เราควรร่วมใจกันแก้ไขปัญหาของโลก
-ก่อนตัดสินใจอะไร จงคิดให้รอบคอบ คิดถึงผลที่ตามา อย่าด่วนตัดสินแบบหุนหันพลันแล่นเพียงเพราะต้องการเอาใจคนที่สนับสนุนเรา
-เราทุกคนต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต้องรู้ว่าอะไรคือการโกหก อย่ายอมให้คำโกหกกลายเป็นข้อเท็จจริง และข้อเท็จจริงกลายเป็นเรื่องโกหก

*วิวาทะสื่อมวลชนจีน-สหรัฐ การพบปะของคู่ขัดแย้งทางการค้า [นาที 40.30]

การแลกเปลี่ยน โต้ตอบ ถกเถียงข้อคิดเห็นเรื่องความขัดแย้งทางการค้าจีน-สหรัฐ ผ่านมุมมองของสื่อมวลชนจีนและสหรัฐ แม้ต่างฝ่ายบอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว แต่ถ้าได้ฟังก็รู้ว่าเป็นความเห็นส่วนตัวที่สะท้อนจุดยืนของรัฐบาลของฝ่ายตนอย่างชัดเจน

Liu Xin จาก CGTN ช่องรายการภาษาอังกฤษของจีน รู้กันว่าสื่อจีนถูกควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์
Trish Regan จาก Fox News สถานีชาตินิยมของสหรัฐ และสนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์

ประเด็นสำคัญ
1. ทรัพย์สินทางปัญญา สหรัฐกล่าวหาว่าจีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าเป็นเช่นนี้นักธุรกิจสหรัฐที่เข้าไปลงทุนในจีนต้องทำอย่างไรหากทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้รับการคุ้มครอง
2. ภาษี จีนกล่าวหาว่าความจริงแล้วสหรัฐต่างหากที่เริ่มต้นขึ้นภาษีก่อนจากนโยบาย America First สหรัฐคือตัวการที่ทำให้เกิดสงครามการค้าไม่ใช่จีน

สงครามยังไม่จบ

ความขัดแย้งทางการค้า สู่สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ยังไม่จบ และไม่มีทีท่าจบในเร็ววัน ประชาคมโลกต่างเฝ้ามองเพราะการที่มหาอำนาจอันดับ 1 และ 2 พลิกตัวทำอะไร ย่อมสั่นสะเทือนโลกอย่างแน่นอน

แม้มีการเจรจาหลายรอบ แต่จีนก็กล่าวหาว่าสหรัฐทำให้การเจรจาไม่ก้าวหน้า เพราะมัวสนใจแต่เรื่อง America First

ประเด็นที่อยากให้ตามกันต่อ
1. นักวิชาการสหรัฐมองความขัดแย้งเรื่องสงครามการค้าจีน-สหรัฐอย่างไร วิเคราะห์อย่างไร เข้าข้างสหรัฐหรือไม่
(แยกแยะให้ออกระหว่างนักวิชาการชาตินิยมหลับหูหลับตากับใช้ปัญญา)
2. ตกลงแล้วต้นตอความขัดแย้งด้านการค้าที่เกิดขึ้นเป็นอย่างที่สหรัฐพูดหรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยพูดไว้ว่า "จีนชำเราเศรษฐกิจสหรัฐ" เป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า

รายการรัฐศาสตร์สู่สังคม
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู และ ผศ.ดร.ปราณี ทิพย์รัตน์
ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย