การประท้วงในสหรัฐและฮ่องกง: ความอยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมต่อคนผิวสี มองปัญหาภายในไปจนถึงอนาคตฮ่องกง
492 views
0
0

[1] เหตุประท้วงในสังคมอเมริกัน: ความอยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมต่อคนผิวสี
[2] เหตุประท้วงในฮ่องกง: มองปัญหาภายในไปจนถึงอนาคตฮ่องกง [นาทีที่ 42.45]

เหตุประท้วงในสังคมอเมริกัน: ความอยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมต่อคนผิวสี

• การเสียชีวิตของ George Floyd อันเป็นผลจากการที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงไปทั่วในหลายเมืองของสหรัฐ เป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่มีความรุนแรงในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐนับตั้งแต่สงครามเวียดนามเป็นต้นมา

• เรื่องสีผิวมักเป็นประเด็นสำคัญและไม่เคยจางหายไปจากการเมืองสหรัฐ เรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นเชือดประธานาธิบดีทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปลายปีนี้หรือไม่

เหตุการณ์เกินกว่าเหตุ
George Floyd ถูกจับกุมในข้อหาใช้ธนบัตรปลอม ตำรวจเอาเข่ากดที่ลำคอ George Floyd ที่พยายามร้องขอว่า ‘เขาหายใจไม่ออก’ (ขณะนั้นถูกใส่กุญแจมือแล้วและไม่ได้ต่อต้านตำรวจ) ข้อกล่าวหาของเขาไม่ได้รุนแรงถึงกับต้องทำให้เสียชีวิต ดังนั้นจึงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยว่าตำรวจผู้นี้จงเกลียดจงชังคนผิวสี

ความไม่ยุติธรรมในระบบยุติธรรมต่อคนผิวสี
• ตั้งแต่ปี 2014 มี 6 กรณีใหญ่ที่คนผิวสีถูกตำรวจทำเกินกว่าเหตุ นั่นคือใช้กำลังจับกุมและเป็นเหตุให้เสียชีวิต แต่ตำรวจที่ลงมือกลับไม่ถูกลงโทษ
• ระบบความยุติธรรมทางอาญาที่ไม่ยุติธรรมสำหรับคนผิวสีเกิดขึ้นมาโดยตลอด การลุกฮืออย่างกว้างขวางส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่เรื่องนี้ไม่เคยได้รับการแก้ไข มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าการเหยียดผิวในสังคมอเมริกัน โดยเฉพาะในหน่วยงานที่มีการบังคับใช้กฎหมายมีการเหยียดผิวอย่างเป็นระบบมาโดยตลอด

ไร้ความเสมอภาคตั้งแต่แรก
• ความไม่เสมอภาคมีมาตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา คนอเมริกันเอาคนผิวสีจากแอฟริกามาเป็นทาส ผลจากโครงสร้างทางสังคมก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ช่องว่างระหว่างคนผิวขาวและคนผิวสีไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
• ประธานาธิบดีลินคอล์น (ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา) เป็นคนแก้รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลิกทาส ก่อนหน้าที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่าทาสเป็นสมบัติส่วนตัว ประธานาธิบดีลินคอล์นกล่าวว่า “ถ้าการมีทาสไม่ผิด ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรผิดอีกแล้ว” และได้พยายามชักจูงให้คน (โดยเฉพาะผิวขาว) ยอมรับว่าการมีทาสเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในทางศีลธรรม ภายหลังท่านก็ถูกลอบสังหาร

เกิดความวุ่นวาย ยังไม่ประสานรอยร้าว
กรณีการประท้วงในหลายเมืองทั่วสหรัฐ ประธานาธิบดีทรัมป์นอกจากจะไม่ประสานประเทศแล้ว กลับยิ่งทำให้ประเทศแตกแยกเพิ่มขึ้น มีการโยนความผิดให้ผู้ว่าการมลรัฐมินนิโซตาที่ไม่สามารถจัดการเรื่องภายในรัฐตัวเองได้ คำพูดหลังเกิดเหตุก็ไม่ทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นเลย มีการกล่าวหาผู้ประท้วงและพูดยุยงให้ปราบปรามผู้ละเมิดกฎหมายด้วยการใช้ความรุนแรง คำพูดแทบไม่ต่างจากเชื้อไฟที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ต้องบอกว่าการมีผู้นำอย่างประธานาธิบดีทรัมป์ยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น

ประธานาธิบดีทรัมป์จะรอดไหม
วิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ เหตุการณ์ประท้วง สิ่งเหล่านี้จะมีผลต่ออนาคตทางการเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์ในการเลือกตั้งปลายปี (พฤศจิกายน 2020) นี้ไหม?
ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลทางลบต่อประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ทรัมป์เองก็รู้ตัวดี จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้เปรียบและรักษาฐานเสียงเดิมไว้ ดังนั้นเราจึงเห็นพฤติกรรมและการแสดงออกของทรัมป์ที่พยายามเอาใจฐานเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่าผู้สนับสนุนชอบมาโดยตลอด

เหยียดสีผิว...แล้วยังไงต่อ
ถ้าไม่มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาให้เกิดความเป็นธรรมต่อคนผิวสี สังคมอเมริกันก็ยังต้องวนเวียนอยู่กับความขัดแย้งเรื่องสีผิวต่อไป

เหตุประท้วงในฮ่องกง: มองปัญหาภายในไปจนถึงอนาคตฮ่องกง [นาทีที่ 42.45]

• จีนออกกฎหมาย National Security Law (กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ) มาบังคับใช้กับฮ่องกง ข้อกังวลคือฮ่องกงจะถูกลิดรอนสถานะพิเศษ และทำให้จีนแผ่นดินใหญ่ควบคุมกิจกรรมต่างๆ ในฮ่องกงได้มากขึ้น

• จีนออกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ แต่คนกลับให้ไปความสนใจ National Security Law (กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ) ทั้งที่ Civil Code ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ไม่มีคนพูดถึง เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จีนออกกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและอื่นๆ ของคนจีนแผ่นดินใหญ่

• Basic Law เป็นกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ตั้งแต่อังกฤษคืนฮ่องกงให้กับจีนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 ทำให้ฮ่องกงยังมีสถานะพิเศษ (หนึ่งประเทศ สองระบบ) ไปจนถึงปี 2047 คนฮ่องกงจึงคุ้นชินกับสิทธิพิเศษต่างๆ ที่คนจีนแผ่นดินใหญ่ไม่มี ในขณะที่จีนก็มีพันธะต้องรักษาฮ่องกงในแบบที่ก่อนถ่ายโอนกลับสู่จีน (เป็นเวลา 50 ปี) คือ 1. หลักนิติธรรม-นิติรัฐ 2. ความเป็นอิสระของตุลาการ 3. อิสรภาพของพลเมือง

• ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทีเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ และมามีปฏิกิริยาต่อการออกกฎหมายฉบับนี้ของจีน เช่นเดียวกับยุโรปและอีกหลายประเทศ คำถามคือ ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน แม้จะมีสถานะพิเศษ แต่จีนจะทำอะไร หรือออกกฎหมายอะไรที่เกี่ยวกับฮ่องกงก็เป็นเรื่องของจีน ทำไมชาวโลกต้องไปสอดแทรกด้วย

• จริงๆ แล้วการวิจารณ์เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่อย่ามาแทรกแซงเรื่องภายใน เช่น ให้เงินอุดหนุน มายุยงให้ใช้กำลัง

• ทำไมจีนถึงไม่ปล่อยให้ฮ่องกงตัดสินใจเลือกผู้นำ เลือกอนาคตของตัวเอง

• โจทย์สำคัญสำหรับจีน คนรุ่นใหม่ในไต้หวันกับฮ่องกงไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ และไม่คิดว่าตัวเองเกี่ยวข้องกันเลย แต่ถ้าจะให้แยกตัว จีนก็ไม่มีวันยอม

• การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่เพื่อเข้าใจที่มาที่ไป ฮ่องกงมาอย่างไร เคยเป็นอาณานิคมใคร จีนปฏิบัติกับฮ่องกงอย่างไร ขณะเดียวกันจีนก็ต้องดูกระแสโลกด้วยว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรต่อไป

No justice, No peace

สังคมไหนถ้าระบบความยุติธรรมไม่มี สันติภาพย่อมไม่เกิด
การประท้วงที่เกิดขึ้นในสังคมอเมริกัน ต้องตอบคนที่ออกมาประท้วงให้ได้ว่า จะทำอย่างไรให้เขามั่นใจว่าความเสมอภาคจะเกิดขึ้นไม่ว่ากับคนเชื้อชาติใด ถ้าความรู้สึกนี้ยังไม่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ปัญหาสีผิวจะยังปรากฏอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นระบบความยุติธรรมในสังคมเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะมีระบอบการปกครองแบบใดก็ตาม

รายการรัฐศาสตร์สู่สังคม
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู และ ผศ.ดร.ปราณี ทิพย์รัตน์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย