ระเบียบใหม่ (?) ในภูมิภาคอาเซียนหลังโควิด
450 views
0
0
"Post Covid-19 Regional Order"

• ประเด็นสำคัญจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 ประเทศเวียดนาม เชื่อมโยงปัญหาทะเลจีนใต้
• ทะเลจีนใต้ จะกลายเป็นบ่อเกิดความไร้เสถียรภาพด้านความมั่นคงในอาเซียนหรือไม่ [นาทีที่ 13.40]
• บทบาทของจีนที่เข้มแข็งและก้าวร้าวขึ้นในทะเลจีนใต้
• จีนจะกลายเป็นมหาอำนาจใหม่ (?) เข้ามาแทนที่สหรัฐในภูมิภาคอาเซียน
• มองจีน-มองสหรัฐ และการวางตัวของประเทศสมาชิกอาเซียน
• การลบชื่ออดีตประธานาธิบดีสหรัฐ Woodrow Wilson ออกจากชื่อวิทยาลัย Public and International Affairs ของมหาวิทยาลัย Princeton สะท้อนกระแสสังคมอเมริกันที่เปลี่ยนไป [นาทีที่ 55]

ประเด็นสำคัญจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 ประเทศเวียดนาม

• คนมักคิดว่าอาเซียนไม่ค่อยแน่นแฟ้น แต่ในวิกฤตโควิด-19 อาเซียนสามารถรับมือได้รวดเร็ว โดยเฉพาะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
• การตั้งกองทุนรับมือโควิด-19
• เร่งให้มีการผลักดันการเจรจา RCEP หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (ขาดอินเดีย)
• แนวปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้ โดยให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (จีนไม่ค่อยยินดี)

นายกรัฐมนตรีของไทยมีข้อเสนอ 3 ประการ
1. ทำให้อาเซียนเชื่อมโยงกันมากขึ้นในทุกภาคส่วน
2. ทำให้อาเซียนเข้มแข็งมากขึ้นเพื่อให้อาเซียนอยู่ได้ แม้จะพึ่งพาตลาดภายนอกด้วยก็ตาม
3. ทำให้อาเซียนปลอดจากภัยคุกคาม ไม่ใช่แค่ทางทหาร แต่เรื่องเศรษฐกิจ อาหาร สาธารณสุข

ข้อกังวลของนายกรัฐมนตรีเวียดนาม
1. โควิด-19 ทำให้ผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจของอาเซียนหายไป เพราะอาเซียนพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว
2. เสถียรภาพความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนกำลังถูกจีนคุกคาม โดยเฉพาะการขยายอิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้ อันเป็นผลจากการกระทำที่ละเมิดกฎหมายทะเลของจีน

ระเบียบใหม่ (?) ในภูมิภาคอาเซียนหลังโควิด | Post Covid-19 Regional Order [นาทีที่ 13.40]
ทะเลจีนใต้
ทะเลจีนใต้ บ่อเกิด (?) ความไร้เสถียรภาพด้านความมั่นคงในอาเซียน

• ทะเลจีนใต้ เส้นทางยุทธศาสตร์และแหล่งทรัพยากรสำคัญ
• จีนและประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ อ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะแก่งที่แตกต่างกัน
แนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ สอดคล้องอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล เป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไรในทะเลแถบนี้ จีนไม่อยากเข้าร่วม เพราะมองแล้วว่าตนเองเสียเปรียบ จีนถือว่าพื้นที่ 80% ของทะเลจีนใต้เป็นของจีน
• ปี 1992 สมาชิกอาเซียนเริ่มคุยกันเรื่องนี้ (ก่อนที่จีนจะเข้ามาเป็นคู่เจรจากับอาเซียน) แล้วก็มีการคุยกันเป็นระยะ จนถึงวันนี้ปี 2020 หลายประเทศเริ่มสงสัยว่าจีนจะดึงเรื่องไปเรื่อยๆ จนกว่าจีนจะครอบครองอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้ทั้งหมด
• ความกังวลเรื่องการใช้อำนาจของจีนในทะเลจีนใต้ของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนมีระดับที่แตกต่างกัน เพราะผลประโยชน์และความสัมพันธ์กับจีนที่แตกต่างกัน

จีนและสหรัฐ การช่วงชิง (มหา) อำนาจในทะเลจีนใต้

• หลายคนมองว่า จีนฉวยโอกาสในช่วงที่หลายประเทศต้องจัดการกับโควิด-19 รุกล้ำเข้าไปในทะเลจีนใต้
• มีคนวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดมีผลอย่างไรต่ออนาคตยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน ความเห็นหนึ่งมองว่าโควิด-19 เปลี่ยนสถานะให้จีนผงาดขึ้นมาและเร่งความเสื่อมความเป็นผู้นำของสหรัฐ แต่อีกความเห็นมองว่าประเมินจีนสูงเกินไป
• ทะเลจีนใต้ เป็นส่วนหนึ่งของ BRI (หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง) ของจีน มีประโยชน์ทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ

ปฏิบัติการทางทะเล สู่ยุทธศาสตร์ยกพลขึ้นบก

ผลสำรวจความเห็นผู้นำทางความคิด นักวิชาการ นักยุทธศาสตร์ในภูมิภาคของสถาบัน ISEAS ประเทศสิงคโปร์
"เป็นเรื่องน่ากังวลเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของจีนในภูมิภาคอาเซียน แต่ก็ไม่มั่นใจว่าสหรัฐจะเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้ามาถ่วงดุลจีนได้"
จีนกำลังเข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองและยุทธศาสตร์แทนที่สหรัฐ?

ทางเลือก (หนึ่ง) ของอาเซียน

• ขณะที่จีนแน่นอนในบทบาทและเพิ่มอำนาจขึ้นเรื่อยๆ สหรัฐกลับยังสาละวนกับปัญหาภายในประเทศและปัญหาผู้นำ (ประธานาธิบดีทรัมป์) มีคนพูดเหมือนกันว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ ทำไมไม่ร่วมมือกับจีนไปเลย
• อาเซียนพึ่งพาจีนอย่างมาก จีนเป็นทั้งคู่ค้ารายใหญ่ของภูมิภาค จีนลงทุนโครงสร้างทางพื้นฐานในภูมิภาค อาเซียนก็พึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวจีน

อนาคตอาเซียน ติดตามต่อไป

• ขณะที่จีนให้ความช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งพาทางเศรษฐกิจ สหรัฐกลับกดดันประเทศที่เคยเป็นพันธมิตร จุดนี้เองที่อาจทำให้สหรัฐเสียพันธมิตรไปเรื่อยๆ
• การเมืองภายในสหรัฐมีผลต่อระเบียบโลกและภูมิภาคอาเซียนด้วย ถ้าสหรัฐไม่เปลี่ยนบทบาท ก็จะทำให้จีนได้เปรียบ
• การวางตัวของอาเซียนมักไม่ทำตัวให้ตกอยู่ภายใต้บงการของมหาอำนาจใด ความจำเป็นทางเศรษฐกิจนั่นเรื่องหนึ่ง แต่ในทางยุทธศาสตร์การเมืองเป็นทางเลือกที่อาเซียนต้องมีอยู่เสมอ

การลบชื่ออดีตประธานาธิบดีสหรัฐ Woodrow Wilson ออกจากชื่อวิทยาลัย Public and International Affairs ของมหาวิทยาลัย Princeton [นาทีที่ 55]

สะท้อนกระแสสังคมอเมริกันที่เปลี่ยนไป

Woodrow Wilson อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 28 และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัย Princeton
มีคุณูปการด้านนโยบายต่างประเทศ วางรากฐานสำคัญด้านการต่างประเทศ ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน เป็นคนเสนอหลักการ 14 ข้อ เพื่อใช้เจรจาสันติภาพในสงครามโลกครั้งที่ 1

แต่ทว่าสมัยที่เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัย Princeton มีแนวคิดเหยียดผิว คนผิวสีและผู้หญิงเข้าเรียนไม่ได้ สนับสนุนกลุ่มคูคลักซ์แคลน

สภามหาวิทยาลัยเห็นว่าควรถอนชื่อออกจากมหาวิทยาลัย (ไม่ได้เกิดเพราะกระแส George Floyd แต่การเสนอถอนชื่อมีมาก่อนหน้าหลายปีแล้ว) แม้ว่า Woodrow Wilson ทำประโยชน์อะไรมามากต่อมาก ก็ไม่สามารถลบล้างทัศนคติด่างพร้อยนั้นได้ อีกทั้งยังขัดกับค่านิยมและคุณค่าพื้นฐานในเรื่องความเท่าเทียม (ของสังคมและรัฐธรรมนูญสหรัฐ) จึงไม่สมควรให้ชื่อปรากฏอยู่ในอาคารมหาวิทยาลัย

Woodrow Wilson | ภาพ: https://www.pbs.org/

รายการรัฐศาสตร์สู่สังคม
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู และ ผศ.ดร.ปราณี ทิพย์รัตน์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย